Welcome
Welcome to <strong>cartoon in university</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

บท Love in The Box - the Animation -

สำหรับคนที่คิดเนื้อเรื่องออก แต่ไม่อยากวาดเอง หรือยังเกลาไม่ดีพอ อยากได้ความเห็นคนอื่น

Postby Boy on Tue Nov 27, 2007 5:08 pm

ส่วนตอนต่อสู้ก็จะค่อยๆคิดตอนใช้ของแต่ละอย่างในกล่องว่าได้มาจากใคร
(แน่นอนว่ามีภาพพ่อแม่ที่ให้ชุดเกราะมา)
เช่น ใช้ดาบฟัน นึกภาพพ่อ ใช้โล่กัน ได้จากแม่ ใช้ก้อนหิน จากป้าข้างทาง อะไรงี้
----------------------------------------------------------------------------------------------------

ตรงนี้อยากให้เป็นความบังเอิญ (คือหยิบแต่ละอย่างที่ได้รับจากคนนั้นจริง แต่ไม่มีภาพระลึกถึงคนๆนั้นด้วยครับ)ให้คนดูบางคนมองเห็นเอง ไม่งั้นคนดูอาจเดาตอนจบได้จากตรงนี้เลยครับ

ซึ่งตอนสุดท้ายที่ทั้งกล่องและคนให้มาอยู่รวมกัน คนดูจะเข้าใจทะลุถึงกันได้หมดในตอนนั้นเอง ไม่งั้นอาจรู้ทางเดาก่อนได้ครับ


---------------------------------------------
พออกหักกลับบ้าน ก็มีพ่อแม่รออยู่
ก็นั่งเซ็งๆ พ่อแม่เข้ามาปลอบ แล้วเพื่อนๆที่เจอระหว่างทางก็มาเยี่ยม
====================================


ดีครับพ่อแม่เข้ามา มันเปลี่ยน(เพิ่ม)ประธานในเรื่องเข้ามา ดูเปิดประเด็นใหม่แล้วคนดูก็ยังไม่รู้ว่าแล้วจะยังไงต่อ ซึ่งพอเพื่อนๆโผล่ออกมาด้วยมันก็นำทุกอย่างเปลี่ยนไปเลย เหมือนความสนใจของคนดูมันหลุดออกจากปัญหาความกลุ้มของตัวเอกไปแล้ว



------------------------
อ้างอิงจาก:
ในส่วนตอนท้ายที่เขากลับมาบ้าน ก็อาจจะมีภาพภาพของพ่อแม่ที่โล่งใจเป็นพื้นหลังระยะแบบบุคคลที่3ที่ซ้อนอยู่ ซึ่งตัวเอกอาจจะกำลังเศร้าหมองกับความผิดหวังจนมองข้ามความดีใจของพ่อแม่(ที่เห็นลูกกลับมาอย่างปลอดภัย)

ตรงนี้ก็ดีคับ
-ก็ดีนะคับพี่บอย แต่ว่าจนแล้วจนรอดอัศวินน้อยก็ยังดูเมินๆพ่อแม่อยู่จนทั่งจบนี่นา พี่บอยช่วยอธิบายภาพตอนจบที่จิคับหลังจากกลับมาอย่างมองข้ามความดีใจตอนท้ายของพ่อแม่แล้ว(แล้วบทต่อไปมันต่อยังไง - -)ช่วยเรียงลำดับเหตุการณ์ที่พี่เข้าใจ ให้ทีจิคับพี่บอยยจ๋า


แบบของพี่นะครับ ลองฟังดู
“ไม่มีการสอนใดๆจะมีค่าไปกว่าการคิดได้เองครับ”
เหมือนการเรียนรู้แบบท่องจำ กับแบบเข้าใจนะ
การเข้าใจนั้นคือการคิดได้เองแล้วครับ เป็นการใช้ปัญญา

ซึ่งในตอนจบของเรื่องพี่ว่าน่าจะเป็นการคิดได้เองของตัวเอก
ตอนจบแบบของพี่นั้นคือ

เมื่อเขามองข้ามพ่อแม่(ที่เราไม่ต้องการให้เด่น โดยกันไว้ไม่ให้ทักกัน)
หลังจากกลับเข้าห้อง พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าเขาไปพบเจออะไรมา และน่าจะจบบท(พ่อแม่)เพียงแค่นั้น (ที่ภาพลักษณ์ของความเป็นห่วงทั้งหมดก็ได้ถ่ายทอดลงไปแล้วตั้งต้นและปลาย แบบไม่เด่นมาก)

ซึ่งการตัดขาด(จากพ่อแม่)โดยมีโลกส่วนตัวที่แบ่งแยกนี้ เพื่อแสดงภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับชีวิตวัยรุ่น ที่เริ่มเข้าสู่การเรียนรู้จักโลกของความจริงด้วยประสบการณ์ตรงของตนเอง ที่มักจะเริ่มมีความลับกับพ่อแม่ (โดยสอดคล้องกับการผจญภัยที่ตนเพิ่งไปพบเจอมาแบบไม่ให้พ่อแม่รู้)

(ต่อ)
ตัวเอกกลับมาที่ห้อง ในแสงมืดของห้องนั้นที่ยังไม่ได้เปิดไฟ เขามีเพียงกล่องใบเล็กมากมายที่ได้รับระหว่างการเดินทาง ที่ใส่สิ่งที่ตนไม่เคยต้องการ แต่กลับได้รับมามากมาย แล้วเขาก็เอามันใส่ในกล่องเก่าใบแรกพร้อมชุดเกราะบุบๆที่พ่อนำมาให้

ซึ่งเขาเพิ่งสังเกตุเห็นว่าของแต่ละชิ้นนั้นมันต่างยับเยิน(จากการต่อสู้จนดูเหมือนขยะ)และไม่ต่างจากกล่องเก่าโทรมใบแรกที่ตนใช้เป็นที่เก็บใส่มันอย่างทิ้งขว้าง(โยนๆนะ) ซึ่งสายตาของเขามองมันเหมือนเป็นเพียงเศษขยะ

แต่เม่ือเขาได้มองเห็นภาพตัวเองในกระจกที่่อยู่เบื้องหน้า บนสีหน้าที่เบื่อเซ็งและหงุดหงิดเศร้าหมองของตนเอง เขาก็พบกับเงาภาพของตนที่ยังปลอดภัยและไม่เป็นอะไรเลย (โดยคอนทราสกับภาพของหักฟังเหมือเศษขยะทั้งหมดที่เขากำลังโยนชิ้นสุดท้ายเก็บลงไปในกล่องเก่าโทรม) ที่จะเป็นภาพกล่องโทรมใบแรกเปรียบเทียบอยู่ข้างๆร่างที่ปลอดภัยดีของเขา ในเงากระจก

แล้วเขาจึงระลึกได้ (จากแววตาในกระจก) ถึงการได้รับความช่วยเหลือจากทุกคนที่แบ่งบันให้เขามาระหว่างทาง
ซึ่งเท่ากับความรักมากมายของทุกคนที่ดูแลรักษาตนให้ปลอดภัย ที่ในตอนนี้มีเต็มแน่นอยู่ในกล่อง

เขาเปิดกล่องใบนั้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกเต็มล้นว่าสิ่งที่อยู่ภายในนั้นมันมีคุณค่า
และได้เห็นภาพใบหน้าของทุกคนที่ยิ้มให้กับเขาอย่างมีความสุขตอนมอบกล่องนี้ให้กับเขา (รวมทั้งพ่อแม่ของเขาด้วยที่ให้กล่องใหญ่) ซึ่งเขาก็ยิ้มตอบรับกับการให้(ของทุกคน)อย่างมีความสุข


ซึ่งตอนจบจะเป็นภาพของเขาที่ปิดกล่องใบนั้นแล้วเปิดประตูเดินออกูไป เมื่อประตูที่เขาออกไปนั้นปิดลง ทิ้งไว้เพียงภาพห้องที่มึดทึมกับกล่องเก่าใบเดิม ก็จะมีเสียงเขาที่ตะโกนกับพ่อแม่ดังจากข้างนอกอย่างฟังชัด(กลับเข้ามาภายในห้องที่ว่างเปล่า ..เสมือนกล่องที่ว่างเปล่าในตอนแรก.. ว่า)

“กลับมาแล้วคราบ !!!!”

ที่ทุกอย่างภายนอกห้องเหมือนจะดูกลับเป็นปกติเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลย
จบ

อันนี้ลองคิดเสนอดูครับ


สำหรับผม
ถ้าตอนจบมีคนมาหาทุกคนพร้อมพ่อแม่นั้น ผมว่ามันดูเกินจริงไปหน่อย ลองlistมาประมาณนี้ครับ
1.กลุ่มคนที่แตกต่างและหลากหลายพวกนั้นรู้จักบ้านเด็กหนุ่มได้อย่างไร
2.พวกเขาต่างรู้จักกันและพร้อมหน้ากันมาหาเด็กหนุ่มที่บ้านถูกได้อย่างไร (ถ้าเจอกันระหว่างทางก็อาจเป็นคนที่กำลังเดินทางไปที่อื่นด้วยเหมือนกัน
3.เด็กหนุ่มสร้างพระคุณใหญ่หลวงอะไรไว้พวกเขาทั้งหมดถึงตามมาที่บ้าน
4.พวกเขารู้ได้อย่างไรว่าเด็กหนุ่มไปสู้กับปีศาจมา และอกหักด้วย (ทุกคนตามไปเชียร์ตอนสู้กันและได้ดูตอนเปิดกล่องด้วยหรือ)
5.พ่อแม่รู้และเข้าใจตัวเอกก่อนได้อย่างไรว่ากำลังมีปัญหา

แล้วภาพที่ทุกคนเข้ามาเปลี่ยนสถานการณ์ในตอนที่เด็กหนุ่มกำลังมีปัญหา(ในตอนท้าย) ก็ทำให้ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มก็ไม่ได้โตขึ้นเองจากการเดินทาง ซึ่งการที่เราเอื้อบทให้มากแบบนี้ บางทีคนดูอาจคิดว่าเด็กหนุ่มอาจถูกจูงความสนใจออกไปจากปัญหาของตนเพียงเท่านั้น แล้วLove in the box อาจจะถูกแย่งความเด่นจากประเด็นเรื่องกล่อง ในตอนแรกไปในตอนที่ทุกคนเข้ามาหาแล้วเปลี่ยนสถานะการณ์ด้วยครับ กลายเป็นผลกระทบรองจากกลุ่มนี้ แล้วกลายเป็นประเด็นรองไป
(ส่วนข้อดีของตรงนี้ผมก็ได้กล่าวข้างต้นมาแล้วครับ)





ในคำขอบ่นของคุณNicca ไม่เป็นไรครับดีที่พูดจะได้รู้จักกันก่อนครับ

ครับเรื่องความเป็นไทยนี้ เราเอาแค่ให้เกิดความรู้สึกที่อบอุ่นกันก็พอ ไม่ถึงกับเอาภาพลักษณ์เดิมๆมานำเสนอครับ เพราะบางคนใช้แบบไม่เหมาะสมก็ทำให้ทั้งงาน และความเป็นไทยที่ตนต้องการจะนำเสนอดูแย่ลงไป ครับ

คือเข้าใจความรู้สึกนะครับ ว่าคงเห็นว่ามันกดคุณภาพของผลงานหลายๆชิ้น เพราะมัวยึดติดกับคอนเสปของความเป็นไทย

อาจจะเป็นประโยตที่ผมพูดถึงว่า "พ่อแก้วแม่แก้วช่วยด้วย" ที่มันเป็นคำโบราณ ที่จริงแค่เป็นภาพพ่อแม่เฉยๆนะครับ เขียนแบบนั้นให้มันเชื่อมกับบุคคลิกของคนไทยที่ทุกคนน่าจะคุ้นจำกันดี(ใช้เพื่ออธิบายเฉยๆ) ไม่ใช่บทพูด ไม่ได้หมายถึงต้องทำภาพให้ดูเป็นไทยด้วยครับ แค่มีภาพพ่อแม่นั้นแหละคือประเด็นที่ผมเสนอ ไม่ตีกรอบนะครับ

ความเป็นไทยที่แท้จริงสำหรับผมคือทุกสิ่งที่เรากำลังเป็นและทำอยู่ในชั่วขณะปัจจุบันนั้นแหละครับ
ส่วนความเป็นไทยอื่นๆนั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่คนอื่นกำหนดรู้และเข้าใจตรงกันได้เท่านั้นเอง
Boy
 
Posts: 182
Joined: Sat Oct 13, 2007 3:09 pm
Location: นนทบุรีี

Postby Nicca on Wed Nov 28, 2007 3:22 am

พอดีมันตกไปอยู่หน้าแรก เลยโพสไว้อีกรอบ


กำหนดการ

ตั้งแต่วันนี้จนถึงเสาร์หน้า อยากให้แต่ละคนเสนอไอเดียและปรับแต่งบทต่อไปเรื่อยๆครับ

วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม(หรือก่อนก็ได้) อยากให้น้อง komai ในฐานะเจ้าของผลงานต้นฉบับ ตัดสินใจสรุปแบบที่ตัวเองชอบที่สุดออกมาจากความเห็นทั้งหมดว่า อยากให้ออกมาเป็นแบบไหน
หรือเรียบเรียงบททั้งหมดออกมาอีกรอบนึง แล้วโพสไว้เป็นกระทู้ใหม่เลยครับ

แล้วผมจะมาอ่านแล้วก็สรุปข้อดีข้อเสีย จุดที่คิดว่าควรจะปรับแบบจริงจังสุดๆให้อ่านกัน
(หรือคนอื่นจะมาคอมเม้นท์ด้วยก็ได้)

ซึ่งตรงนี้เมื่อน้อง komai มาอ่าน จะเห็นด้วยแล้วปรับแก้ตามที่คอมเม้นท์ขนาดไหนก็ได้ครับ เพราะถือว่าเป็นเจ้าของผลงาน

การถูกคอมเม้นท์ไม่ใช่ว่าเราจะต้องแก้ตามนั้นเสมอไป ตรงไหนที่เห็นด้วยก็อาจจะแก้ ตรงไหนคิดว่าของเราดีแล้วก็ไม่ต้องแก้ครับ เพราะคอมเม้นท์หลายๆอย่างมาจากรสนิยมส่วนบุคคล แต่งานของเราก็คืองานของเรา อย่าให้คอมเม้นท์มากระทบจนมันไม่ใช่งานของเราครับ


ซึ่งผมก็คาดหวังว่าจะได้บทที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมที่จะเขียนเป็นสตอรี่บอร์ดได้ภายในวันที่ 10-11 ธันวาคม ครับ
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Postby komai on Wed Nov 28, 2007 1:23 pm

ทุกคนคับ วันที่9-10ธันวาพวกอินทีเรียต้องไปอีสานอ่ะคับ จะไปถึงเขาพนมรุ้งเลยมั้ยว้า-*-อ่านะก็ไม่แน่เหมือนกัน เหมือนจะชิว หนาวจับจิตดี แต่เฮียคงมีแต่งาน 5555+เอาการบ้านนออกป๊ายยยย(ล้อเล่น5+ท่าจะหนาวบ้าไปแล้ว)



แต่ยังไงก็จะพยายามคับ ต้องพยายามเลือกบทก่อนไปให้ได้ ยังไงก็จะพยายามแล้วกันนะคับ -*-ทุกคนเมื่อยปากยังจ่ะ เรื่อมงงๆกันบ้างยัง ยังไงก็จะสู้ล่ะกันคับ แฮ่ะๆ +o+เอ่า สู้โว้ยยยยยย
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby Nicca on Wed Dec 05, 2007 7:09 pm

มากระตุ้นครับ

ยังไงบทก็ขอให้เรียบร้อย(คือให้น้องเกลาของตัวเองมา)ก่อนวันเสาร์ที่ 15 (วันที่นัดประชุม) นะครับ จะได้ปริ้นท์ไปแจกวันประชุมด้วย

แล้วค่อยมาคอมเม้นท์วันที่ 15 ไปเลยทีเดียว (แต่ถ้ามาโพสไว้ก่อนก็จะคอมเม้นท์ก่อนครับ)



ตอนนี้งานบริษัทยุ่งมากๆ โดนงานสุมสุดๆเลย =_=;
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Postby Boy on Thu Dec 06, 2007 7:29 pm

วันนี้ไปหา(ซื้อ)โปรแกรมต่างๆที่จะใช้มาแล้วครับ

ถ้ามีโปรแกรมตัวไหนที่ทุกคนจะต้องเตรียมตัวหามา ก็ให้คุณกะช่วยบอกๆก่อนนะครับ จะได้เอามาลองเล่นดูก่อน

ดูท่างานนี้คุณกะจะจริงจังที่สุดตั้งแต่ต้นเลยนะครับ ทั้งๆที่ทางนี้เป็นฝ่ายขอเชิญมาเป็นอาจารย์ ความตั้งใจนี้คงซึมซาบไปถึงทุกคนด้วย

สู้ๆนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
(ถ้ายังไงก็ขอเอาความสะดวกของคุณกะด้วยนะครับ อย่าให้หนักเกินไป) :D
Boy
 
Posts: 182
Joined: Sat Oct 13, 2007 3:09 pm
Location: นนทบุรีี

Postby komai on Fri Dec 07, 2007 3:31 pm

ไม่ต้องห่วงคับ บทเส็รจสมบูรณ์แล้วนะ ตอนนี้ เขียนไว้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงกำหนดโทนสีมุมกล้องรายละเอียดเพงประกอบ(แค่บางส่วนเล็กๆน้อยๆนะคับพอดีมันได้พร้อมๆไปกะบท)แต่พรุ่งนี้ต้องไปต่างจังหวัดแต่รุ่งสางT_tแล้วคับพี่ๆ วันจันทร์นี้จะสแกนลงให้เลยนะคับ คิดว่า การเอาแนวคิดของพี่กะ พี่บอย ของทุกๆคนมาเป็นหนึ่งเดียวกันโดยการปรับให้ลงตัวน่าจะสมบูรณ์ขึ้นล่ะนะ คราวนี้ แต่ว่ายังไงๆก็ต้องฝ่าฟันไปด้วยกันตลอดล่ะเนอะ สู้



พี่นิกกะ :D พี่บอย ทุกคน สู้ ๆ นะค้าบบบบ :) ยังไงก็ไม่ท้อล่ะ!!!!
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby komai on Fri Dec 14, 2007 5:31 am

บทคับโผม เอาบทที่ปรับ ของพี่นิกกะ ของพี่บอย ของไหม ของทุกคนมาเชื่อมกันให้สมบูรณ์คับ แต่จะอ่านออกมั้ยล่ะนะ5555+- -นี่ลายมือดีที่สุดแล้วนะคับ555+ดีสุดเท่าที่ทำได้แล้วอ่ะนะ
ก็ส่งไว้ก่อนแล้วค่อยว่ากันซึ่งๆหน้าอืกทีอ่ะเนอะ...- -


Image
Image
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby Nicca on Fri Dec 14, 2007 6:57 am

รอนานมากครับ เดี๋ยวจะพยายามเตรียมสำหรับไปวันพรุ่งนี้อีกที

ถ้าน้องมีเวลา ช่วยพิมพ์เป็นตัวหนังสือโพสไว้ให้ด้วยก็ดีครับ ขี้เกียจพิมพ์เอง แหะๆ

วันนี้คงกลับบ้านดึก(ประมาณเที่ยงคืน) เพราะงั้นถ้ามาเห็นก่อนแล้วพิมพ์ไว้ให้จะดีมากครับ
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Postby komai on Mon Dec 17, 2007 11:39 am

ออกความเห็นเล็กๆน้อยเกี่ยวกะพล็อตคับรวมๆแล้วก็เอาตามนั้นก็ได้คับ ง่ายดี แต่จะแก้ตรงไหนก็ได้นะ ตามสะดวกคับพี่น้อง

Image
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby what THE on Mon Dec 17, 2007 2:40 pm

ขอสอดเเทรกอีกทีนึงนะคับคือพมว่าในต้นฉบับมันดูกระทัดรัดกว่าอันไหม่อีกเเละพมว่าอันเก่ามันมีจุดพีคคือการที่เด็กคนนี้ทำกล่องตกอย่างไม่ไยดีหรือลืมไปว่ามีคนที่ห่วงเเละรักเด็กคนนั้นจิงๆ
เเละอันเก่าก็มีจุดเด่นอีกอย่างนึงคือการไม่เครียดฮาๆทั้งลายเส้นเเละมุขที่ปะปนไปด้วยข้อคิด
เเละพมคิดว่าอันเก่าก็ดีอยู่เเล้ว
ส่วนอันใหม่ผมว่าข้อดีคือการที่ผู้หญิงให้กล่องข้าวเเก่เด็กคนนั้นเเต่พมว่าการที่จะย่อเรื่องไห้กระชับขึ้นพมว่าอันไหม่มันก็พอๆกะอันเก่าละคับเพราะผมว่าอันเก่าก็มีข้อคิดครบถ้วนอยู่เเล้วเเล้วก็เป็นเหตุผลสำคัญในการใช้ชีวิตคู่อันนี้ผมชอบคับทำให้ผมลองใจเเฟนได้หุหุ :oops: ก็เป็นกำลังไจให้คับของให้สำเร็จคับ
what THE
 
Posts: 4
Joined: Mon Dec 17, 2007 12:25 pm

Postby komai on Wed Dec 19, 2007 2:41 pm

what THE wrote:ขอสอดเเทรกอีกทีนึงนะคับคือพมว่าในต้นฉบับมันดูกระทัดรัดกว่าอันไหม่อีกเเละพมว่าอันเก่ามันมีจุดพีคคือการที่เด็กคนนี้ทำกล่องตกอย่างไม่ไยดีหรือลืมไปว่ามีคนที่ห่วงเเละรักเด็กคนนั้นจิงๆ
เเละอันเก่าก็มีจุดเด่นอีกอย่างนึงคือการไม่เครียดฮาๆทั้งลายเส้นเเละมุขที่ปะปนไปด้วยข้อคิด
เเละพมคิดว่าอันเก่าก็ดีอยู่เเล้ว
ส่วนอันใหม่ผมว่าข้อดีคือการที่ผู้หญิงให้กล่องข้าวเเก่เด็กคนนั้นเเต่พมว่าการที่จะย่อเรื่องไห้กระชับขึ้นพมว่าอันไหม่มันก็พอๆกะอันเก่าละคับเพราะผมว่าอันเก่าก็มีข้อคิดครบถ้วนอยู่เเล้วเเล้วก็เป็นเหตุผลสำคัญในการใช้ชีวิตคู่อันนี้ผมชอบคับทำให้ผมลองใจเเฟนได้หุหุ :oops: ก็เป็นกำลังไจให้คับของให้สำเร็จคับ



ขอบคับที่สนับสนุนและคอยให้กำลังใจ ผลงานต้นฉบับ ดีใจคับ สังเกตได้ว่าใส่ใจรายละเอียดเป็นอย่างดีเลยขอบคุนมากคับ ทางเราจะตั้งใจเต็มที่และจะรับฟังแน่นอนคับ*0*
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Previous

Return to Plot+Fiction

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron