Welcome
Welcome to <strong>cartoon in university</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

บท Love in The Box - the Animation -

สำหรับคนที่คิดเนื้อเรื่องออก แต่ไม่อยากวาดเอง หรือยังเกลาไม่ดีพอ อยากได้ความเห็นคนอื่น

บท Love in The Box - the Animation -

Postby Nicca on Sun Nov 25, 2007 7:32 am

Love in The Box - The Animation -

=============================

Original Comic : Komai
Arrange : Nicca


=============================

ในเมืองอันสวยงาม

ผู้คนต่างเดินไปมาเป็นคู่กันอย่างมีความสุข

เด็กหนุ่มนั่งอยู่ใต้ต้นไม้กลางเมืองนั้นได้แต่มองผู้คนเหล่านั้นแล้วทำหน้าเศร้าๆ

เค้าลุกขึ้นถอนหายใจ และเริ่มเดินจากตรงนั้นมา

ในขณะที่เค้ากำลังจะข้ามสะพานนั้น ก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งลอยมา

ในนั้นได้ประกาศถึงกล่องที่จะนำความรักมาให้

โดยต้องแลกกับการปราบปีศาจร้ายที่คอยดูแลกล่องนั้นอยู่

ชายหนุ่มจึงรีบวิ่งกลับบ้าน ไปคุ้ยหาชุดเกราะ หาดาบ และโล่
และเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางไปหากล่องใบนั้น

ในการเดินทางเขาต้องทนหิวโซ แต่ก็ได้พบกับหญิงสาวใจดีมอบกล่องอาหารของตน
ในการเดินทางเขาต้องเดินทางอันยาวไกล แต่ก็พบกับผู้คนมากมายที่คุยด้วยและมอบกล่องต่างๆให้ระหว่างเดินทาง
ในการเดินทางเขาต้องพบกับอุปสรรคอันยากลำบาก แต่ก็ได้พบกับทิวทัศน์สวยงามมากมาย

เมื่อถึงปากถ้ำอันเป็นจุดหมาย ปีศาจร้ายก็ปรากฏตัวขึ้นมา กับกล่องที่อยู่เบื้องหลังนั้น
ชายหนุ่มพยายามสู้อย่างสุดความสามารถ จนล้มปีศาจลงได้
เมื่อเขาเปิดกล่องออกมา ก็พบกับหญิงสาวที่เขาใฝ่ฝันว่าจะเป็นความรักที่เขาต้องการ
แต่หญิงสาวคนนั้นกลับมอบเพียงเงินให้เป็นการขอบคุณ และกลับไปหาคนรักของตน

ชายหนุ่มถึงกับอึ้งกับผลตอบแทนของความลำบากที่เผชิญมา

เขาเริ่มเดินทางกลับอย่างเศร้าสลด
เมื่อกลับถึงบ้านเค้าก็เห็นกล่องเก่าๆเล็กๆวางทิ้งอยู่
เมื่อเปิดกล่องขึ้นมา เค้าก็พบกับของเล่นเก่าๆ แล้วเค้าก็นึกถึงอดีตที่วิ่งเล่นสนุกสนานกับคนสองคน

แล้วก็มีเสียงเปิดประตูขึ้นมา เมื่อเขาหันไป ก็เห็นเป็นหญิงสาวที่เคยมอบอาหารให้พาเขาเดินไปยังที่แห่งหนึ่ง
แล้วคนที่เขาเจอระหว่างเดินทางก็ค่อยๆก็ยืนดูเค้าอยู่ รวมทั้งหญิงสาวที่เค้าช่วยไว้

จนปลายทางที่เดินมาถึง ก็มีชายหญิงสองคนยืนรออยู่ เค้าสองคนยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน
ชายหนุ่มน้ำตาไหลอย่างปิติ แล้วเค้าก็โผเข้ากอดพ่อแม่ของเขาอย่างคิดถึง

===========================================

Comment:
ก็ลองเอามาปรับให้กระชับแล้วก็เพิ่มอะไรเข้าไปหน่อยเป็นในไสตล์ของผมเอง แต่ก็คงจะยังต้องเกลาอีกเยอะเหมือนกัน
ก็อยากให้เป็นเรื่องที่ดูอบอุ่นแล้วก็สวยงาม แสดงถึงความรักและความหวังดีในหลายๆแบบ

ยังไงถ้าน้อง komai มาอ่านแล้วไม่ชอบหรือยังไงก็บอกได้นะครับ
ในฐานะเจ้าของผลงาน เรื่องตัวเองโดนปรับเยอะงี้ก็อาจจะไม่ชอบได้ =_=;
ถ้าอยากให้คงตรงไหนไว้ หรือตัดตรงไหน หรือเพิ่มตรงไหนก็ลองเพิ่มเติมได้เลยครับ
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Postby komai on Sun Nov 25, 2007 11:22 am

พี่Niccaคับ ขอบคุนมากคับ
มีการเปิดให้ข้าน้อย และทุกท่านได้มีโอกาสแสดงความเห็นด้วย


ต่อไปนี้เป็นการตีความ จากที่ข้าน้อยเข้าใจจากการอ่านบทพี่Niccaนะคับ....

ใครยังไม่รูจักเรื่อง LOVE IN THE BOXอย่าเพิ่งอ่านนะ เด๋วมันจะเป็นการสปอย 5555555+

* วินาที เป็นแค่การคาดการณืไว้เฉยๆเท่านั้น แค่นึกภาพเคลื่อนไหวและลองจับเวลาดูในหัวเท่านั้นเอง มิบังอาจ555+




ในเมืองอันสวยงาม

ผู้คนต่างเดินไปมาเป็นคู่กันอย่างมีความสุข (ประมาณ 3วิ)

เด็กหนุ่มนั่งอยู่ใต้ต้นไม้กลางเมืองนั้นได้แต่มองผู้คนเหล่านั้นแล้วทำหน้าเศร้าๆ (5 วิ)

เค้าลุกขึ้นถอนหายใจ และเริ่มเดินจากตรงนั้นมา (4วิ)


ซีนที่1 เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย อารมณ์ต้นฉบับยังถือว่ายังอยู่คับ เป็นการเพิ่มฉากให้สมเหตุสมผลขึ้นมา




ในขณะที่เค้ากำลังจะข้ามสะพานนั้น ก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งลอยมา

ในนั้นได้ประกาศถึงกล่องที่จะนำความรักมาให้

โดยต้องแลกกับการปราบปีศาจร้ายที่คอยดูแลกล่องนั้นอยู่


เปลี่ยนเป็น 1 ตัวเพื่อลดจำนวนวลงใช่มั้ยคับผม


ชายหนุ่มจึงรีบวิ่งกลับบ้าน ไปคุ้ยหาชุดเกราะ หาดาบ และโล่
และเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางไปหากล่องใบนั้น

ซีน3

ในการเดินทางเขาต้องทนหิวโซ แต่ก็ได้พบกับหญิงสาวใจดีมอบกล่องอาหารของตน
ในการเดินทางเขาต้องเดินทางอันยาวไกล แต่ก็พบกับผู้คนมากมายที่คุยด้วยและมอบกล่องต่างๆให้ระหว่างเดินทาง
ในการเดินทางเขาต้องพบกับอุปสรรคอันยากลำบาก แต่ก็ได้พบกับทิวทัศน์สวยงามมากมาย

เป็นการอ้างที่มาของตัวละครประกอบในตอนหน้าสุดท้ายใช่มั้ยคับ สร้างประสบการณ์ระหว่างเดินทาง

เมื่อถึงปากถ้ำอันเป็นจุดหมาย ปีศาจร้ายก็ปรากฏตัวขึ้นมา กับกล่องที่อยู่เบื้องหลังนั้น
ชายหนุ่มพยายามสู้อย่างสุดความสามารถ จนล้มปีศาจลงได้
เมื่อเขาเปิดกล่องออกมา ก็พบกับหญิงสาวที่เขาใฝ่ฝันว่าจะเป็นความรักที่เขาต้องการ
แต่หญิงสาวคนนั้นกลับมอบเพียงเงินให้เป็นการขอบคุณ และกลับไปหาคนรักของตน

ชายหนุ่มถึงกับอึ้งกับผลตอบแทนของความลำบากที่เผชิญมา


อันนี้เป็นการหักมุมที่ดีคับ :roll:




เขาเริ่มเดินทางกลับอย่างเศร้าสลด
เมื่อกลับถึงบ้านเค้าก็เห็นกล่องเก่าๆเล็กๆวางทิ้งอยู่
เมื่อเปิดกล่องขึ้นมา เค้าก็พบกับของเล่นเก่าๆ แล้วเค้าก็นึกถึงอดีตที่วิ่งเล่นสนุกสนานกับคนสองคน
แล้วก็มีเสียงเปิดประตูขึ้นมา เมื่อเขาหันไป ก็เห็นเป็นหญิงสาวที่เคยมอบอาหารให้พาเขาเดินไปยังที่แห่งหนึ่ง
แล้วคนที่เขาเจอระหว่างเดินทางก็ค่อยๆก็ยืนดูเค้าอยู่ รวมทั้งหญิงสาวที่เค้าช่วยไว้


อันนี้เน้นไปทาง theme กิ๊กเก่าและเพื่อนๆ

ดูผู้หญิงคนนี้จะเป็นนางเอกและดูมีน้ำหนักมากเลยสำหรับเรื่องสั้นความยาวขนาดนี้


จนปลายทางที่เดินมาถึง ก็มีชายหญิงสองคนยืนรออยู่ เค้าสองคนยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน
ชายหนุ่มน้ำตาไหลอย่างปิติ แล้วเค้าก็โผเข้ากอดพ่อแม่ของเขาอย่างคิดถึง

ตรงนี้ไม่สอดคล้องคับ มีความเกี่ยวข้องของการปูทางเรื่องกับจุดสำคัญจุดนี้น้อยไปหน่อยเพราะตีมหลักและสิ่งที่พบเจออย่างเด็กหญิงสมัยเด็กและ ผู้คนที่ดูใจดีระหว่างการเดินทางกลายเป็นดูเป็นclimaxและใจความสำคัญที่สำคัญกว่าไปซะแล้ว

]
ความเห็นโดยรวม
: THEME หลักมันยังไม่ชัดพอในความรู้สึกของข้าน้อย มันรู้สึกยังไม่เกิดการCONTRAST เพื่อเน้นรึสร้างจุดขึ้นมาที่สื่อให้คนดูรู้โยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆเค้าก็ต้องสะเทือนอ่ะคับ- -บังอาจไปมั้ยเรา ข้าน้อยขอโทดนะคับ มันเป็นแค่ความคิดเล็กๆของข้าน้อยเท่านั้นเองล่ะคับผม:D




**************************************************************************************************************************







(ขอบังอาจนะคับ)

ขอยกตัวอย่าง....


Image
ในเมืองอันสวยงาม

ผู้คนต่างเดินไปมาเป็นคู่กันอย่างมีความสุข (ประมาณ 3วิ)

เด็กหนุ่มนั่งอยู่ใต้ต้นไม้กลางเมืองนั้นได้แต่มองผู้คนเหล่านั้นแล้วทำหน้าเศร้าๆ (5 วิ)

เค้าลุกขึ้นถอนหายใจ และเริ่มเดินจากตรงนั้นมา (4วิ)


ซีนที่1 เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย อารมณ์ต้นฉบับยังถือว่ายังอยู่คับ เป็นการเพิ่มฉากให้สมเหตุสมผลขึ้นมา

Image

อ่าซีนนี้
เป็นการปูทางไปถึงกล่องสุดท้าย()หรือclimax จงใจสร้างcontrast การที่อัศวินน้อยเตะกล่องเก่าๆไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ(ไม่ได้สนใจกล่องพ่อแม่นั่นเอง)ซ๊นเล็กๆซีนนี้สำคัญมากนะคับcontrastแรง




เกิดcontrast กับตอบเปิดกล่อง และเกิดการคิดว่าที่ผ่านมามัน".?........!!!!!!!!!!!...........?"
Image
Image
Image
Image
Image
Image
สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรง


***********************************************************************************************************************



สิ่ง-ที่ซ่อนไว้ในการ์ตูนเส้นง่ายๆเรื่องนี้ ()เล่าให้ฟังเฉยๆเท่านั้นแหละคับ555+-*-


คนโลกนี้มีหลายประเภทความรักก็มีหลายแบบ...
เราเอาจุดนี้มาสร้างคอนทราซ์กับพ่อแม่ หรือก็คือไคล์แมกซ์เดิมคับ



*****************************************************

Image
1-ชอบเขาแต่เขาอาจไม่ชอบเรา ความรักที่โดนคนอื่นแย่งไป
()ผุหยิงคนที่1อ่ะคับ


2-เทอชอบเงินมากกว่า

Image


3
Image

3-รักง่าย ยอมให้ง่ายๆ มีไรกันง่ายๆแต่พอถึงอุปสรรคจริงๆแล้วกลับทิ้งไปหน้าตาเฉย(เปรียบเทียบกับถูกงูกัด)


Image
แง่คอนทราซ์ -
1-ท่านอยู่กับเราเสมอ
2-ไม่ต้องให้เงินหรอกลูกแค่ดอกไม้ไร้ราคาแม่ก็ดีใจแล้ว
3-ยามป่วย (อุปสรรคหนักแค่ไหน) เช่นหนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ท่านอยู่ข้างเราเสมอ

เอ่อ ยาวเกินมนุษญ์พิมนะนเนี่ย-*-555+
ความยาวประมาณ 3 นาทีคับ เพลงๆนึงอ่ะประมาณนั้นนะอย่างมากสุดก็5นาทีจริงๆคับ


ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเขียนยาวเกิ้นนนนนนนนนนนนนนนน5555+

ขอบคุนพี่เNICCAมากๆคับ ป็นจุดเริ่มต้นที่แจ่มมากๆเลยคับถ้าช่วยกันวิเคาระห์มันต้องสำเร็จแน่ :) :D โอ๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส


ถ้าผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะค้าบพี่NICCA นู๋ไม่ลิอาจโกดพี่ได้หรอกคับ
แต่พี่อ่ะจะโกดข้าน้อยรุเปล่าอ่ะ T0T ๐๐๐ๆๆๆๆๆๆๆๆๆถ้าผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะค้าบพี่NICCA

คิดว่าไงกันมั่ง มาแสดงความเห็นกันเหอะ ทุกโคนนนนนนน :!: :!: :!: :idea: :idea: :idea:
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby Boy on Sun Nov 25, 2007 3:14 pm

จากแนวเดิมไสตล์ของน้องKomaiคือ ฉับๆๆในแต่ละส่วนที่เท่าๆกันไปแล้วพาไปสู่ตอนจบ
ที่เกิดจากแต่ละฉับที่เท่าๆกัน

ฉับๆๆนี้คือการจบผ่านเรื่องราวในแต่ละช่วงประเด็นแบบดาบเดียว คือไม่อาศัยการปูทาง ใช้ไม่กี่ช่องจบ โดยสือด้วยประเด็นหลักที่ทุกคนต่างรู้ๆกันดี
เหมือนซามูไร ที่เจอหน้ากันแล้วดวลดาบตัดสินแบบวิ้งผ่านกันไปดาบเดียวตายเลย (ไม่มาฟันรุกรับ หาจังหวะกันไปมาแบบเสนอเรื่องราว)


โดย1ฉับ=1ตัวอย่างที่แทนความรักแต่ละประเภท จากคนหลากหลายประเภท(ในแบบฉบับความคิดพื้นฐานเดิมที่น้องใช้สร้างเนื้อเรื่อง)
ซึ่งน้องมีความจริงจังในการจะถ่ายทอดเนื่อหาที่แตกต่างแต่ละเรื่องแบบให้นำ้หนักเท่าๆกัน

เพราะเมื่อรวมทุกประเด็นแล้วจึงจะได้ภาพของความรักที่หลากหลาย จากคนที่หลากหลายที่ทั้งหมดจะนำมาใช้ในตอนสุดท้าย ว่ามันก็ยังไม่เท่ากับความรักของพ่อแม่หรอกจะ





ส่วนของคุณNiccaเสนอ เป็นการขมวดรวมแต่ละฉับๆที่เท่ากันของเนื้อหาในหลายๆประเด็น เป็น1อัน(จำนวนน้อย) แต่จะใช้วิธีการสื่อให้ดูมีนำ้หนักความสำคัญมากขึ้น โดยจะให้สามารถแทนค่าได้นำ้หนักที่เท่าๆกับหลายๆฉับ ที่มีสถานะที่สามารถจะเอาไปหักมุมตอนสุดท้าย ในแนวทางจุดประสงค์หลักของเรื่องเดิมได้
ด้วยการมองถึงระบบภาพและการเล่าเรื่อง ที่คำนึงถึงรุูปแบบวิธีการสร้างด้วย(จากประสบการณ์ในผลงานที่ผ่านมา)
ซึ่งจะช่วยขมวดรวบรัดขั้นตอนการทำงานให้กระฉับ สื่อตรงสั้น และได้ใจความครบดังเดิม และเสนอมุมมองบางอย่าง รวมทั้งสอดแทรกประเด็นบางเรื่อง ที่สามารถทำได้ในการเดินเรื่องตามแบบฉบับของคุณNicca

โดยมองให้เห็นความเหมาะสม และสอดคล้องกับระบบภาพ ที่คงจะมีการใส่รายละเอียดให้เต็มที่ขึ้นอีกระดับหนึ่ง(ประมาณงานตัวอย่างจากคุณNicca) งานทางส่วนเนื้อเรื่องจึงรับอิทธิพลจากระบบภาพนี้ไปด้วย เกิดเป็นแบบลูกผสมที่เสนอมา



ซึ่งน้องKomaiมองว่า มันได้ทำให้เรื่องผิดคอนเสปแรก โดยยังขาดประเด็นเรื่องความรักหลายประเภทจากคนที่หลากหลายไป
ซึ่งถ้าตรงนี้ตกไปนำ้หนักที่เราจะไปเปรียบเทียบกับความรักของพ่อแม่นั้นจะเบาไป จนทำให้เรื่องนี้ไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจได้ (ในกลวิธีเดิมของน้อง)



ตอนนี้ผมขอเสนอจุดประสานว่าเราจะเอาอะไรเป็นตัวกำหนดกันดี ก่อน

โดยมีส่วนสำคัญหลักในการพิจารณาดังนี้

1.กลวิธีการทำงานแล้วให้ผลทางความรู้สึกของโครงเรื่องเดิม

จาก
ความรักที่หลากหลาย จากคนหลายประเภท ไม่อาจสู้ความรักที่มีอยู่เดิมของพ่อแม่ได้

-ซึ่งต้องมีตัวอย่างความรักในแต่ละแบบที่แตกต่างประกอบไปด้วย


2.ระบบภาพที่เราจะใช้กับเรื่องนี้ ซึ่งจะ=กลวิธีการสื่อสื่อสารของเรื่อง(ในข้อ1)ด้วย

โดยคำนึงถึงวิธีการสร้างเป็นสำคัญ

-ซึ่งต้องเห็นตัวอย่าง(มีภาพในหัว)เกี่ยวกับแนวทางของภาพที่เราจะใช้ในเรื่องที่จะทำด้วยเหมือนกัน
(ว่าประมาณงานตัวอย่างของคุณNicca ที่เราจะปรับปรุงให้ดียิ่งกว่าได้(เพราะมีหลายคนที่ช่วยกัน) หรือเป็นภาพที่พัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง จากComic เรื่องLove... ของน้องKomai ที่จะออกมาดูคล้ายกับคอมมิกเรื่องอื่นๆของน้อง


ระหว่าง1-2 หากเลือกอันใดอันหนึ่ง จะเท่ากับการปรับอีกตัวหนึ่งที่ไม่ได้เลือกให้คล้อยตามกันไป

แล้วเกิดทางเลือกที่3

3. คือแบบลูกผสม (ปรับเปลี่ยน1ไปบ้าง) คือ กลวิธีการทำงานของเรื่อง ใหม่ในข้อ1 จากการเสนอเเนะ ที่เกิดจากการปรับเรื่องให้เหมาะสมกับวิธีสร้างในข้อ(2)

-ซึ่งในตอนนี้้ คือการลดความรักที่หลากหลายไป แล้วสร้างประเด็นใหม่ที่มีนำ้หนักเท่ากัน




ซึ่งผมเห็นว่าถ้าเปลี่ยนข้อ1 ทางน้องก็จะยังมึนงง (เพราะเท่ากับเราเอาแกนกลาง ที่เป็นโครงสร้างของเรื่องเดิมออกไป) และเท่ากับเราตั้งเรื่องใหม่กันขึ้นมา เหมือนเราเปลี่ยนระบบการสร้างบ้าน แบบเสาเข็ม เป็นแบบลอยแพ (ซึ่งคำนึงถึงระบบการรับนำ้หนักที่เท่ากัน) ซึ่งก็จะได้บ้านเหมือนกัน แต่อยู่แล้วไม่เหมือนกัน

ซึ่งรู้สึกว่าน้องยังต้องการจะอยู่แบบเสาเข็มอยู่


ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่ข้อตกลงของพวกเราเอง ว่าเราจะเอาแบบไหน


ซึ่งถ้าเปลี่ยนก็จะสะดวกทางคุณNiccaที่จะมองเห็นจังหวะอะไรๆภายในได้ชัดเจน แล้ววางระบบงานถูกได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการจะscopeหรือขยายงานก็อยู่ในมือ


ซึ่งตัวผมเอง(ที่ยังไม่รู้ความยากง่ายในขั้นตอนสร้าง) ขอเสนอว่า
ลองคุยกันก่อนว่า
ถ้าจะเอาวิธีการสื่อแบบเดิม(แบบหลายตัวอย่างของน้อง) แล้วเราต้องทำอะไรกันประมาณไหน ในแบบที่เป็นไปได้ ตามระบบภาพของน้อง(ที่เป็นคนเลือก)ดู
แล้วเราอาจจะช่วยกันคิดหาวิธีการจัดการทางด้านเทคนิคต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วยทำให้มันง่ายขึ้น และมีความเป็นไปได้มากที่สุดครับ

(ยังไม่เกี่ยวกับการเกลาเรื่องเลย ยาวซะแล้ว)
Boy
 
Posts: 182
Joined: Sat Oct 13, 2007 3:09 pm
Location: นนทบุรีี

Postby Nicca on Sun Nov 25, 2007 5:53 pm

ก็ค่อนข้างเห็นด้วยในตอนจบเหมือนกันครับ เพราะพอผมคิดบทอันใหม่นี่ คอนเซพท์มันเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

เพราะผมคิด คอนเซพท์ใหม่ให้กล่องแสดงถึงความรักในแบบต่างๆ(love in the box) ที่ได้รับจากแต่ละคน แล้วก็การเดินทางไปเอากล่องนี่ ไม่ใช่ความรักอยู่ในกล่องใบสุดท้าย แต่เป็นกล่องที่ได้จากการเดินทางต่างหาก

ตรงตอนจบที่ไม่ค่อยหักมุมหรือสร้าง contrast ก็เพราะว่าผมทำออกมาในแนวแสดงถึงด้าน+ ของสิ่งที่เจอมาตลอดการเดินทาง(ถึงจะโดนทิ้ง แต่ก็ทิ้งอย่างมีสาเหตุที่ดูเหมาะสม)

ส่วนการผูกไปหาพ่อแม่ก็ค่อนข้างจะน้อยอีกตะหาก =_=;


ก็ว่ากันตามจริงเรื่องเพลงประกอบนี่ ไม่อยากทำเป็นลักษณะคล้ายๆมิวสิกวีดีโอที่ใช้เพลงเดียวเท่าไหร่ เพราะจังหวะในเรื่องมันมีราวๆ 4-5 ช่วง ที่อยากจะเปลี่ยนเพลงไปตามอารมณ์
(เปิดเรื่อง - ค้นหา - เดินทาง - ต่อสู้ - เศร้า - ดีใจ)
ส่วนเรื่องเวลาตอนนี้ผมยังคำนวนไม่ได้เหมือนกัน เพราะประสบการณ์ยังไม่แน่นพอ (เพิ่งผ่านงานอนิเมชั่นของตัวเองมาไม่กี่ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นงานที่ไม่ได้คำนวนเวลาไว้ก่อนด้วย)
ก็จนกว่าจะได้ทำออกมาเป็น animatic ครับถึงจะได้เวลาที่แน่นอนกว่านี้(animatic คือการนำภาพสตอรี่บอร์ดมาต่อๆเรียงๆใส่เสียงเพื่อทดสอบเช็คภาพรวมของงาน)


ก็อย่างที่ว่ามาครับว่าเนื้อเรื่องต้นฉบับเป็นของน้อง komai เพราะงั้นถ้าคิดว่าอยากให้เน้นที่ theme เดิมที่จะแสดงถึงความรักที่ไม่สมหวังจนนึกถึงและนำมาเปรียบเทียบกับความรักของพ่อแม่ ก็จะไปลองคิดบทแบบใหม่มาดู(คงราวๆวันเสาร์หน้า วันธรรมดากลับถึงบ้านก็แทบจะนอนตาย =3=;;) เพราะบทนี้มันคงเป็นคนละคอนเซพท์กับของเดิมพอสมควร

หรือถ้าน้องอยากลองเขียนบทของตัวเองมาดูก็ได้นะครับ แต่ที่พี่ปรับจากเดิมก็เรื่องความกระชับของเรื่องนี่ล่ะ ว่าบางจุดมันเล่าซ้ำเยอะเกินไปหน่อย(ในฉบับ comic) กับความผิดหวัง 3 ครั้งติด มันทำให้เดาตอนจบง่ายไปนิด(แต่ของผมนี่มันเห็นตอนจบตั้งแต่เริ่มเดินทางเลยมั้ง แหะๆ)

ก็อยากให้ช่วยกันคิดครับว่าแต่ละคนชอบแบบไหน แล้วนำจุดที่ทุกคนชอบมารวมกัน และทำออกมาเป็นงานที่ทุกคนชอบครับ ส่วนคนตัดสินใจว่าโอเคกับบทคนแรกคือน้องkomai ที่เป็นเจ้าของบทเดิมว่าตกลงแล้ว ส่วนผมจะมาเช็คดูสุดท้ายว่ามันพอจะทำได้มั้ย เป็นไปได้ในการทำงานขนาดไหน หรือจะมีอุปสรรคในการทำงานขนาดไหนครับ
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Postby komai on Mon Nov 26, 2007 4:01 am

555+:ซีเรียสกันเกิ้นไปแล้วววววว555+ เอ้า ยิ้มๆๆๆๆ 555+มาได้ไงน่ะ
-*- พี่ Nicca นี่ใจกว้างสุดๆจริงๆนะเนี่ยนึกว่าพวกพี่ๆจะโกรธซะอีก555+
ก็ว่ากันตามจริงเรื่องเพลงประกอบนี่ ไม่อยากทำเป็นลักษณะคล้ายๆมิวสิกวีดีโอที่ใช้เพลงเดียวเท่าไหร่ เพราะจังหวะในเรื่องมันมีราวๆ 4-5 ช่วง ที่อยากจะเปลี่ยนเพลงไปตามอารมณ์
(เปิดเรื่อง - ค้นหา - เดินทาง - ต่อสู้ - เศร้า - ดีใจ)

อ่ะ ไม่ได้หมายถึงทำประกอบเพลงหรอกคับ-*-มันไปคนละระดับ ยากไปสำหรับขั้นต้นอยู่แล้วอ่ะเนอะเพราะการทำแบบนั้นมันหมายถึง เพลง ต้องเป็นตีมหลัก ซึ่งเรายังทำไม่ได้อยู่แล้ว แบบนั้นเพลงที่มีหลายอารมณ์ขนาดนั้นมันวงออเครสต้าชัดๆ555+ ขอโทดคับที่ทำให้พี่เข้าใจผิดนะ()ภาษาไทยคลุมเครือเอง55+ที่จริงข้าน้อยหมายถึง ความยาวจริงๆของ love in the box มันไม่น่าเกิน 5 นาทีด้วยซำ้มั้งคับถ้าเราไม่แช่เฟรม -*-เอ...เรียกหยั่งงี้รึเปล่านายิ่งไม่มีประสบการณ์ใหญ่เลยย555+ ที่มันดูเยอะคงเพราะเป็นการซอยเหตูการ์ที่เปลี่ยนฉากหลายฉากล่ะมั้ง-*-แต่มันก็คงเกินกำลังจำนวนคนในช่วงต้นใช่มั้ย5555+-*-แหงะ.....ยังไงก็มาลองสู้อีกรอบเด๋วช่วยๆกันอีกไม่กี่วันบทต้องออกมาแน่เริ่มเห็นข้อดีข้อเสียแต่ละอันแล้ว สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆโอ๊สสสสส!!!!
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby komai on Mon Nov 26, 2007 4:33 am

ส่วนของคุณNiccaเสนอ เป็นการขมวดรวมแต่ละฉับๆที่เท่ากันของเนื้อหาในหลายๆประเด็น เป็น1อัน(จำนวนน้อย) แต่จะใช้วิธีการสื่อให้ดูมีนำ้หนักความสำคัญมากขึ้น โดยจะให้สามารถแทนค่าได้นำ้หนักที่เท่าๆกับหลายๆฉับ ที่มีสถานะที่สามารถจะเอาไปหักมุมตอนสุดท้าย ในแนวทางจุดประสงค์หลักของเรื่องเดิมได้


พี่ Boy นั่นและวิเคราะห์ได้แจ่มมาก นั่นเลยความเฉียบของพี่Nicca topic นี้น่าสนใจมากคับจุดนี้แหละ หลักการนี้แหละ ที่ต้องเอาไปปรับใช้ให้มันสั้นลง ส่วนจุดออ่นของตอนนี้ที่ต้องช่วยกันเกลาก็คือ.......



ตรงนี้ไม่สอดคล้องอยู่นิดหน่อยคับ ตรงพ่อแม่อ่ะถ้าจะเอาไว้ก็ต้องปูทางหักจุดเพิ่มนะ เช่นเตะกล่องเก่าๆตอนแรกอ่ะ()แค่ยกตัวอย่างเฉยๆนะ แต่อันนี้ง่ายคงไม่มีปัญหาล่ะมั้ง-*-ทำกล่องกลิ้งยากไปมั้ยก้ะ555+ แล้วก็2-ถ้าจะตัดพ่อแม่ทิ้งก็ได้ แต่ว่าเราต้องเชื่อมรอยต่อให้ดีอ่ะเนอะ


ถึงตอนนี้มีความเกี่ยวข้องของการปูทางเรื่องกับจุดสำคัญจุดนี้น้อยไปหน่อย เพราะ ตีมหลักและสิ่งที่พบเจออย่าง เด็กหญิงสมัยเด็กและ ผู้คนที่ดูใจดีระหว่างการเดินทางกลายเป็นดูเป็นclimaxและใจความสำคัญที่สำคัญกว่าไปอ่ะนะ อ่ารูและพี่นคคกาเปลี่ยนเป็นตีมหลักเป็นกล่องที่ได้ระหว่างการเดินทางใช่มะ อยู่ๆกล่องมันก็หายไปเลยหรอ เราเพิ่มความสำคัญให้กับกล่องเล็กๆพวกนี้ดีมะ ออ รู้ละ พ่อแม่น่ะ ที่อยู่ๆโผล่มาโดยไม่มีการปูทางไว้ก่อนอ่ะมันเหมือน ภาพๆนึงมี จุดเด่น 2 ดวงอ่ะแล้วมันแย่งจุดรวมสายตากันอ่ะ อืม ประมานเนี้ยอ่ะคับที่รู้สึกอ่ะนะ

ด้วยการมองถึงระบบภาพและการเล่าเรื่อง ที่คำนึงถึงรุูปแบบวิธีการสร้างด้วย(จากประสบการณ์ในผลงานที่ผ่านมา)
ซึ่งจะช่วยขมวดรวบรัดขั้นตอนการทำงานให้กระฉับ สื่อตรงสั้น และได้ใจความครบดังเดิม และเสนอมุมมองบางอย่าง รวมทั้งสอดแทรกประเด็นบางเรื่อง ที่สามารถทำได้ในการเดินเรื่องตามแบบฉบับของคุณNicca

โดยมองให้เห็นความเหมาะสม และสอดคล้องกับระบบภาพ ที่คงจะมีการใส่รายละเอียดให้เต็มที่ขึ้นอีกระดับหนึ่ง(ประมาณงานตัวอย่างจากคุณNicca) งานทางส่วนเนื้อเรื่องจึงรับอิทธิพลจากระบบภาพนี้ไปด้วย เกิดเป็นแบบลูกผสมที่เสนอมา



เห็นด้วยอย่างยิ่งคับ :D ทำงานแบบลูกผสม ก็น่าสนุกดี แต่อยากสื่ออะไรกับคนดูน่าจะคมและชัดเจนเลยนะคับ-*-อันนี้มันตกลงไหนประเด็นหลักไหนประเด็นรองมันยังไม่ชัดเท่าไหร่อ่ะนะ เรียกว่าเขียนเป็นตัวหนังสืออกมาได้เลยอ่ะไอ้แก่นในใจเราตัวนั้น เราเรื่องย่อลง เนื้อเรื่องหน้าตาฉาก กลิ่นเปลี่ยนไปยังไงก็ได้ น่าสนใจด้วยซำ้แต่กลิ่นอายของปรัชญาที่เราอยากจะบอกให้เขารู้มันจะไม่มีวันตายคับ เราน่าจะชัดเจนพออยู่ในใจและใช้จุดยืนที่รู้อยู่ในใจนี้ปรับเรื่องให้เป็รไปในกลไกที่แยบยล เปลี่ยนไปแค่ไหนก็ได้ แต่เชื่อว่า ถ้าแก่นปรัชญายังอยู่ มันก็จะอยู่ตลอดไปคับแก่นในมันต้องชัดเจนก่องลงดาบอ่ะ แล้วจะลงท่าไหนวิทีไหนก็ได้ ไหลไปเลย
อ่า อาเมน บวชกันเลยทีเดียว55555+ดูจริงจังเนอะ555+




อ่ะ-*-ไม่ใช่คับแค่เป็นการยกตัวอย่างการคอนทราซ์ที่นู๋ใช้เท่านั้นเอง
ซึ่งน้องKomaiมองว่า มันได้ทำให้เรื่องผิดคอนเสปแรก โดยยังขาดประเด็นเรื่องความรักหลายประเภทจากคนที่หลากหลายไป
ซึ่งถ้าตรงนี้ตกไปนำ้หนักที่เราจะไปเปรียบเทียบกับความรักของพ่อแม่นั้นจะเบาไป จนทำให้เรื่องนี้ไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจได้ (ในกลวิธีเดิมของน้อง)

อ่ะ-*-ไม่ใช่คับแค่เป็นการยกตัวอย่างการคอนทราซ์ที่นู๋ใช้เท่านั้นเอง ไม่ใช่ให้คงอยู่อะไรหรอกคับ แค่ยกแง่นึงมาให้ดูเฉยๆคับโทดค้าบบบบบบบ-*-555+
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby komai on Mon Nov 26, 2007 4:57 am

ก็ค่อนข้างเห็นด้วยในตอนจบเหมือนกันครับ เพราะพอผมคิดบทอันใหม่นี่ คอนเซพท์มันเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

เพราะผมคิด คอนเซพท์ใหม่ให้กล่องแสดงถึงความรักในแบบต่างๆ(love in the box) ที่ได้รับจากแต่ละคน แล้วก็การเดินทางไปเอากล่องนี่ ไม่ใช่ความรักอยู่ในกล่องใบสุดท้าย แต่เป็นกล่องที่ได้จากการเดินทางต่างหาก


อันนี้ดีนะพี่ เห็นด้วยเลยเป็นการเปลี่ยนคอนเซปที่เนียนนะ ใช้box เป็นkey word ถ้างั้น ตัดพ่อแม่ไปเลยก็ได้สำหรับตีมนี้การตัดจะดีกว่านะเพราะมันจะกลายเป็นเหมือนภาพ1ภาพมีจุดเด่น 2 ดวงอ่ะ มันกลายเป็นว่าพ่อแม่ทำให้ตีมดูตกหล่น อืม....เอางี้มะ ตอนจบอ่ะก็ให้อัศวินเหมือนจะโดดเดี่ยวน่ะแหละแต่กลับได้ความรักของคนที่ให้กล่องระหว่างการเดินทางอ่ะ [b]*********ปิ้งแล้ว

ประมาณว่าหลังจากที่ผิดหวังมานั่งอยู่อย่างโดเดี่ยวอยู่ในห้องเดิมๆก็มีคนมาเคาะประตูบ้าน ปรากฎว่าพวกเพื่อนๆที่เจอระหว่างการเดินทางน่ะมาหา แล้วพระเอกก็ยิ้มและออกไปโลกภายนอกอย่างมุมมองใหม่ ()ทิ้งให้คิดโดย เก็บกล่องระหว่างที่ได้จากการเดินทาง-(ทั้งที่ตอนแรกอาจจะรู้สึกมันเป็นแค่กล่องใส่สิ่งของใส่สินน้ำใจธรรมดา)
บรรจงใส่ไว้ในกล่องใบเก่าๆโทรมๆใบเดิมที่ไม่เคยมีอะไรเลยอยู่ในกล่อง(เป็นกล่องเปล่าโทรมๆใบแรกอ่ะ)แต่ตอนนี้หลังจากการเดินทางกลับเต็มไปด้วยกล่องแห่งความสุขกล่องแห่งน้ำใจกล้องของความเป็นมิตรภาพของเพื่อนมนุษย์ทุกคนได้เติมเต็มลงไปในกล่องโทรมๆที่เคยว่างเปล่าจนเปี่ยมล้นแล้ว
จากบทพี่นิคคา -อยากจะสื่อก็คือว่า --*-นู๋คิดเอาเองอ่ะนะ55+....
ถึงบางครั้งจะไล่ตามความฝันไปให้ถึงที่สุดถึงสุดท้าย ถึงแม้มันจะไม่สมหวังแต่สุดท้ายเราก็จะได้ประสบการณ์ดีๆกลับมาเสมอ ()เหมือนที่เรานั่งทำงานนี้กันอยู่ตอนนี้ไง5555+ เย้ ได้แล้ว



เพิ่มเติมได้นะช่วยกันเกา เอาเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย[/b]
Last edited by komai on Mon Nov 26, 2007 3:50 pm, edited 1 time in total.
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby Nicca on Mon Nov 26, 2007 6:53 am

ก็ถ้าน้องเห็นด้วยกับการเปลี่ยนคอนเซพท์เป็นแบบที่พี่เสนอ การตัดบทของพ่อแม่ออกแล้วจบในแบบที่น้องเสนอมาก็ดีครับ

ตอนแรกพี่ไม่กล้าตัดพ่อแม่ออกเพราะเดี๋ยวมันจะเปลี่ยนเยอะเกิน =w=;;


อีกอย่างครับ เรื่องนี้สำคัญมาก
ชื่อพี่อ่าน นิกกะ ครับ(ตรงไหนฟะ...) เพื่อนๆเรียกสั้นๆว่า กะ นะครับ
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Postby Boy on Mon Nov 26, 2007 11:55 am

บทที่เปลี่ยนใหม่ดีครับ กินใจ แล้วการตัดพ่อแม่ออกไปผมก็ว่ามันทำให้เรื่องดูคมขึ้น ในคอนเสปของช่ือเรื่องเดิม

ส่วนที่ผมวิเคราะห์มาถ้าผิดพลาดอะไรก็ต้องขออภัยทั้งสองฝ่ายด้วยครับ

ชอบประเด็นของคุณNiccaที่ปรับใหม่ตอนแรก ที่เสนอประเด็น ของเรื่อง ...สิ่งที่ได้รับมาตลอดทางและถูกมองข้าม นั้นแหละที่สำคัญ... ผมก็ว่าดีแบบไม่มีขาดเกิน แต่ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะรอจังหวะของน้อง(ที่รู้เรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง)ก่อนครับ

การทำงานร่วมกันเริ่มเป็นประโยชน์แล้วนะครับ เอ้า สู้ๆ เกลาบทกันต่อ

ด้วยโครงการนี้คุณนิกกะต้องอุตสาหะมากขึ้นอีก(จากภาระเดิมในชีวิตประจำวัน) ต้องขอบคุณมากๆเลยครับ
Boy
 
Posts: 182
Joined: Sat Oct 13, 2007 3:09 pm
Location: นนทบุรีี

Postby komai on Mon Nov 26, 2007 3:31 pm

อีกอย่างครับ เรื่องนี้สำคัญมาก
ชื่อพี่อ่าน นิกกะ ครับ(ตรงไหนฟะ...) เพื่อนๆเรียกสั้นๆว่า กะ นะครับ




555+ sir yes sir
พี่ กะ
+-*-เอ๊ะเรียก พี่นิก ได้มั้ยอ่ะค้าบ555+
รึเรียกพี่กะดีอ่ะ


Nicca wrote:ก็ถ้าน้องเห็นด้วยกับการเปลี่ยนคอนเซพท์เป็นแบบที่พี่เสนอ การตัดบทของพ่อแม่ออกแล้วจบในแบบที่น้องเสนอมาก็ดีครับ

ตอนแรกพี่ไม่กล้าตัดพ่อแม่ออกเพราะเดี๋ยวมันจะเปลี่ยนเยอะเกิน =w=;;


คับผม

บทที่เปลี่ยนใหม่ดีครับ กินใจ แล้วการตัดพ่อแม่ออกไปผมก็ว่ามันทำให้เรื่องดูคมขึ้น ในคอนเสปของช่ือเรื่องเดิม


คับ ขอบคุนคับ


ส่วนที่ผมวิเคราะห์มาถ้าผิดพลาดอะไรก็ต้องขออภัยทั้งสองฝ่ายด้วยครับ


ไม่ร้อกมั้งจ้ะพี่ ใครจะโกดลงละเนี่ย-*-555+

ชอบประเด็นของคุณNiccaที่ปรับใหม่ตอนแรก ที่เสนอประเด็น ของเรื่อง ...สิ่งที่ได้รับมาตลอดทางและถูกมองข้าม นั้นแหละที่สำคัญ... ผมก็ว่าดีแบบไม่มีขาดเกิน แต่ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะรอจังหวะของน้อง(ที่รู้เรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง)ก่อนครับ

งง อ่ะพี่ อันนี้เป็นประเด็นที่พี่พูดป่าวอ่า อ่อพี่บอยพี่บอยกะพี่นิกกาคิดว่าไงง่ะ ตอนจบตกลงตัดพ่อแม่ปะ แล้วกล่องเปล่าก็ถูกเติมเต็มจะเอามั้ยอ่ะ เห็นด้วยนะเดินเรื่องแบบพี่นิกอ่ะ แค่ปรับตอนจบนิดหน่อย
แล้วก็นู๋คิดว่าแก่นที่เราเน้นตอนนี้คือ
ถึงจะไล่ตามความฝันถึงสุดท้ายแล้ว แม้มันจะไม่สมหวังแต่สุดท้ายเราก็จะได้ประสบการณ์ดีๆกลับมาเสมอ ()เหมือนที่เรานั่งทำงานนี้กันอยู่ตอนนี้ไง5555
กล่องเล็กๆของทุกคนอ่ะนะ+ พี่ๆมีความเห็นว่าไงอ่ะ จะเอาตอนจบงี้มาผนวกกะของพี่นิกดีมั้ยอ่ะ หรือพี่บอยอยากให้คงของพี่นิกตอนแรกไว้แล้วตัดพ่อแม่ออก (อันนี้จะดีขึ้นโอเคกันเนอะ)แต่ที่หนูหมายถึงแค่การเสริมเหตุการ์ณ์ให้คิดโดยไม่ต้องพูดที่...... [b]
ทิ้งให้คิด... เก็บกล่องระหว่างที่ได้จากการเดินทาง-(ทั้งที่ตอนแรกอาจจะรู้สึกมันเป็นแค่กล่องใส่สิ่งของ ใส่สินน้ำใจธรรมดา)
บรรจงใส่ไว้ในกล่องใบเก่าๆโทรมๆใบเดิมที่ไม่เคยมีอะไรเลยอยู่ในกล่อง(เป็นกล่องเปล่าโทรมๆใบเดิมใบแรกอ่ะ)แต่ตอนนี้หลังจากการเดินทางกลับเต็มไปด้วยกล่องแห่งความสุขกล่องแห่งน้ำใจกล้องของความเป็นมิตรภาพของเพื่อนมนุษย์ทุกคนได้เติมเต็มลงไปในกล่องโทรมๆที่เคยว่างเปล่าจนเปี่ยมล้นแล้ว



ต่อจากนี้หรือก่อนหน้านี้เป็นไงก็ดีคับแค่ตัด พ่อแม่ออกไปเฉยๆแล้วเพิ่มเหตุการณ์ช่องเล็กๆนี้เข้าไปตอนเกือบๆจบ พี่ๆโอเคมั้ยค้าบบบบ? เสริมเข้าไปเท่านั้นเองอ่ะคับ พี่ๆเห็นว่าไงอ่ะ? ทุกคนเห็นว่าไงคับ? ปรับไรอีกช่วยกันบอกได้เลยนะคับ :D

- -โหวตกันเอง 3คน หรือจะหาคนมาโหวตเพิ่มดีนา อยากได้ตรงๆอ่ะ ว่ามาโลดดดดด ( คิดกันอยู่3คนเองเรอะ555+-*-ง่า555+) อยากให้โฆวตหลายๆเสียงอ่ะเนอะ- -ไปไหนกันฟะท่าน555+ล้อเล่งน่า555+

การทำงานร่วมกันเริ่มเป็นประโยชน์แล้วนะครับ เอ้า สู้ๆ เกลาบทกันต่อ

ด้วยโครงการนี้คุณนิกกะต้องอุตสาหะมากขึ้นอีก(จากภาระเดิมในชีวิตประจำวัน) ต้องขอบคุณมากๆเลยครับ
[/quote]


งือ พี่นี่ใจกว้างกันจริงจริ้ง :oops: ขอบคุนพี่นิกกะ กับ พี่บอย ทั้ง 2 ท่าน มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆคับ ข้าน้อบขอคำนับขอบคุน555+ ถกแค่นี้ยังได้แลกประสบการณ์ตั้งมากมาย ดีมากๆเลยอ่ะเนอะ :) :D
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby Nicca on Mon Nov 26, 2007 5:19 pm

เรียกนิกไม่คุ้นหูเลยครับ ไม่มีคนเรียก เหอะๆ

ส่วนตอนจบก็คงประมาณที่น้องว่ามาพี่ก็คิดว่าโอเคครับ เพราะตัดพ่อกับแม่(ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวมาก่อนเลย)ออกไป มันจะกระชับแล้วก็ดูสมเหตุผลกว่า

ก็จะขาดตรงรายละเอียดปลีกย่อยว่า เช่น ตอนเดินทางเจอคนต่างๆ กล่องที่ได้มามีอะไรอยู่ ตอนสู้กับปีศาจชนะได้ไง(มีความคิดขึ้นมาว่า อาจจะเอาของต่างๆในกล่องที่ได้รับมาใช้จนชนะได้)
ฉากในตอนจบที่ละเอียดอีกหน่อย(เพราะมันเปลี่ยนเยอะ เลยอาจทำให้ยังไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่)


โครงเรื่องตอนนี้มันก็ค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้ว ถ้าใครว่างจัดๆก็ลองไปเขียนเป็นบทภาพยนตร์เลยก็ดีนะครับ
(บทภาพยนตร์จะประมาณ อธิบายทุกอย่างว่าตัวละครทำอะไร หันไปทางไหน มุมกล้องเป็นยังไง ) ซึ่งผมไม่ถนัดเท่าไหร่ เพราะปกติก็ข้ามจากขั้นตอนเขียนบทตรงนี้ไปทำสตอรี่บอร์ดเลย

หรือถ้าเราจะข้ามขั้นตอนนี้ไปเขียนสตอรี่บอร์ดกันเลยก็ได้นะครับ จริงๆผมอยากเขียนสตอรี่บอร์ดเองเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้คนทำจริงๆกี่คน(แต่จริงๆเขียนไว้เยอะๆแล้วค่อยตัดก็ไม่เสียหายอะไร) แถมกว่าผมจะว่างต้องรอหลังเสร็จโปรเจ็คที่บริษัทก่อน(อีก 3 อาทิตย์) ช่วงนี้รู้สึกจะต้องเข้าไปทำงานเสาร์-อาทิตย์ด้วย เพราะงานเร่งมากจริงๆ =_=;; เพราะงั้นถ้าน้องๆพอมีเวลา ก็อาจหาข้อมูลพวกฉากหลัง รูปกล่อง ชุดตัวละคร หรือออกแบบคร่าวๆขึ้นมาก็ได้ครับ แล้วเราจะได้มาประมวลข้อมูลต่างๆที่มีกัน


สำหรับผมการเตรียมงานที่ใช้เวลานานและได้สนุกกับมันมากที่สุด ก็คือช่วงคิดและออกแบบนี่ล่ะครับ ตอนทำตัวงานนี่เราจะเจอนรกแทน เหอะๆ
เพราะงั้นปีนี้เตรียมพร้อมให้เต็มที่ เตรียมลุยทำตัวงานอันแสนมากมายในปีหน้านะครับ
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Postby Boy on Tue Nov 27, 2007 1:56 am

อ้างอิงจาก:
ชอบประเด็นของคุณNiccaที่ปรับใหม่ตอนแรก ที่เสนอประเด็น ของเรื่อง ...สิ่งที่ได้รับมาตลอดทางและถูกมองข้าม นั้นแหละที่สำคัญ... ผมก็ว่าดีแบบไม่มีขาดเกิน แต่ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะรอจังหวะของน้อง(ที่รู้เรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง)ก่อนครับ

งง อ่ะพี่ อันนี้เป็นประเด็นที่พี่พูดป่าวอ่า อ่อพี่บอยพี่บอยกะพี่นิกกาคิดว่าไงง่ะ ตอนจบตกลงตัดพ่อแม่ปะ แล้วกล่องเปล่าก็ถูกเติมเต็มจะเอามั้ยอ่ะ เห็นด้วยนะเดินเรื่องแบบพี่นิกอ่ะ แค่ปรับตอนจบนิดหน่อย
แล้วก็นู๋คิดว่าแก่นที่เราเน้นตอนนี้คือ

คือ
ถ้าพี่ออกความเห็นว่าดีน้องอาจจะเกรงใจ และรับไปเลย (เหมือนผลโหวต2ต่อ1) แล้วเหตุผลที่เป็นแก่นปรัชญาของเรื่องจริงๆ ที่พี่ยังไม่รู้เท่าน้องที่เป็นคนแต่งนั้น น้องอาจจะไม่ได้พูดถึง(อธิบายให้ฟัง) หรือข้ามไปตอบรับเรื่องเลย ซึ่งมันสำคัญมากและอยากได้ฟังก่อนอะครับ



อยากเสนอเรื่องพ่อแม่อีกครั้ง (อย่าเพิ่งงงกันนะครับ)

จากประเด็นความเป็นไทยที่คุณLilเคยพูดถึง เรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัวที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งทางวัฒนธรรมไทยที่เด่นชัด เราน่าจะมีการถ่ายทอดลงไปเหมือนกัน


คือในชีวิตประจำวัน ก่อนออกจากบ้านแต่เช้าของเราทุกๆวันเรายังต้องสวัสดีพ่อแม่ ซึ่งจะเป็นภาพประทับในความทรงจำของทุกคน เหมือนสถาบันหลักที่ขาดไม่ได้ของความเป็นไทยด้วย (เปรียบเหมือนหากกล่าวถึงประเทศไทย ก็จะมีภาพความเป็นเมืองพุทธติดมาด้วยอย่างแยกกันไม่ได้เลย)
ซึ่งอยากจะให้รักษาเรื่องภาพรักของครอบครัว(พ่อแม่)นี้เหมือนกัน


และอย่างที่เรากำหนดโครงสร้างของเรื่องกัน ที่จะไม่ให้พ่อแม่เข้ามาเด่นด้วย เพราะอาจรบกวนประเด็นหลักของเรื่อง

เราอาจจะใส่ภาพพ่อแม่ไว้ในฉากเริ่ม หรือ ท้าย หรือการระลึกถึงในตอนสำคัญได้
เช่นตอนกำลังเพี้ยงพรำ้กับปีศาจ จนคิดว่าตนจะเสร็จมันแนๆ ่(คนไทยก็จะนึกพ่อแก้วแม่แก้วจ้า ช่วยลูกด้วย) ซึ่งมันไม่มีในวัฒนธรรมอื่น ซึ่งมันเป็นความสัมพันธ์ที่ดีงามและละเอียดออ่น ในจิตใจของคนไทย

ซึ่งkey word ของคำที่จะมากำหนดบริบทของการใช้พ่อแม่อย่างเหมาะสมในเรื่อง คือ
-ความรัก -ที่เริ่มเกิดขึ้นเมื่อ ชีวิตเข้าสู่วัยรุ่น -ที่เริ่มห่างจากพ่อแม่


ซึ่่งตรงนี้เราสามารถเสนอให้ภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกันได้เช่น ในตอนเริ่มต้นก่อนออกเดินทางก็มีภาพพ่อแม่ซ่้อนในภาพฉากหลัง เหมือนมองตามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งตัวเอกอาจจะรีบไปตามหาความรักจนลืมลาก่อนออกจากบ้าน (คือถ้าตัวเอกยังไม่ทัก หรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย พ่อแม่ก็จะยังไม่เด่นและสำคัญ) แต่มีภาพลักษณ์อยู่พื้นหลัง เป็นที่มาเริ่มต้นของชีวิตเด็กหนุ่มตัวเอก


ซึ่งอาจมีภาพอีกแว็ปหนึ่ง(ตัวเอกระลึกถึงพ่อแม่)ตอนต่อสู่กับปีศาจ (ซึ่งเราสามารถกำหนดได้ว่าให้มีความสำคัญแค่ไหนด้วยจังหวะและเวลาในการจะสื่อ)
และในส่วนตอนท้ายที่เขากลับมาบ้าน ก็อาจจะมีภาพภาพของพ่อแม่ที่โล่งใจเป็นพื้นหลังระยะแบบบุคคลที่3ที่ซ้อนอยู่ ซึ่งตัวเอกอาจจะกำลังเศร้าหมองกับความผิดหวังจนมองข้ามความดีใจของพ่อแม่(ที่เห็นลูกกลับมาอย่างปลอดภัย) ไปอีกเช่นกัน โดยไม่ทันได้ทักอีกเช่นกัน(ที่แสดงเรื่องความห่าง ของความความเป็นวัยรุ่น ที่ยังมีพ่อแม่ที่คอยเป็นห่วงได้อยู่ดี)


ซึ่งสุดท้ายที่เขากลับมาที่กล่องใบเดิม และ ระลึกได้ถึงคุณค่าที่เรื่องของเราจะสื่อ(จากกล่องที่ได้รับมาระหว่างการเดินทาง) ตรงนั้นก็จะเป็นประเด็นหลักของเรื่องอยู่
โดยไม่ขาดภาพลักษณ์ของครอบครัวที่มีมาทั้งสามช่วง ที่เราใช้วิธีนี้ จะทำให้ประเด็นของพ่อแม่ในเรื่องนั้นไม่เป็นจุดดึงดูดสายตาสองจุด

และแสดงภาพรักที่ดีของความเป็นไทยที่อบอุ่นลงไปด้วยได้ แล้วยังซ้อนประเด็นของความรักพ่อแม่ที่หว่งใยเราตลอดแบบตอนพล็อตแรกให้คนระลึกต่อได้อีก(+ความดีของพล็อตเดิม) ต่อจากประเด็นใหม่ที่เราปรับไป
ซึ่งจะได้ทั้งสองอย่าง แล้วทำให้เรื่องสั่นที่เราทำชิ้นนี้ มีสาระแง่มุมครบเต็ม คุณภาพคับแก้วได้ครับ


สรุป

เราน่าจะใช้เรื่องพ่อแม่ (ในพล็อตเรืองที่พูดถึงชีวิตวัยรุ่น ที่กำลังก้าวจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ จากพ่อแม่ สู่การเป็นผู้รับผิดชอบ) เพื่อสื่อสำนึกของความเป็นไทย

โดยสิ่งที่ทำให้เราใช้ประเด็นเรื่องพ่อแม่ได้ แต่จะทำแบบไม่เด่นเกินไปนั้นคือ เราจะไม่ให้ตัวเอกเข้าไปทัก ที่เป็นการปฏิสัมพันธ์ หรือเป็นการส่งบทไปให้(เท่านั้นพ่อแม่ก็จะเท่ากับพื้นฉากหลังโดยตลอด)
ซึ่งสิ่งที่เชื่อมโยงแนะความคิดเรื่องประเด็นความรักของพ่อแม่(อย่างลึกซึ้ง)ซ้อนจากคนดู คือตอนที่ตัวเอกระลึกถึงเมื่อตนคิดว่าตายแน่ๆนั้น ซึ่งมันน่าจะโดดใจคนดู และความสำคัญตรงนี้จะถูกลบภาพทำลายไปให้เดินเรื่องต่อเมื่อตัวเอกชนะปีศาจ แล้วเรื่องก็จะจูงความสนใจต่อไปยังกล่องที่เขาจะได้รับจากการชนะนั้นที่ทุกคนอยากรู้ต่อ

ซึ่งการใช้วิธีนี้จะทำให้เรามีพ่อแม่ในเรื่องได้ แบบตัดความเด่นออกไป ที่ทำให้เรื่องยังคมอยู่ และมีภาพจิตสำนึกของคนไทยที่ดีงาม(ในสถาบันครอบครัว)ติดลงไปด้วย

ซึ่งพี่ว่าจะดูครบองค์ขึ้นดีครับ


ส่วนคนดูประเภทชอบเดาเรื่อง พอเห็นภาพพ่อแม่โล่งใจในตอนท้าย(ที่ตัวเอกกลับมาบ้าน) ก็อาจจะเดาว่าเรื่องจะจบลงเอยแบบพล็อตเดิม แต่ต่อมาเมื่อเรื่องเฉลยแล้วว่าไม่ใช่ แต่เป็นLove in the Boxต่างหาก ก็จะทำให้เรื่องนี้มีการหักมุมแบบเดาไม่ถูกด้วยฮะ ซึ่งพวกชอบเดาเรื่องที่เดาไม่ถูกก็จะเกิดความยอมรับ

เป็นคุณภาพของเรื่องอีกอย่างที่สำคัญทีเดียว
หนังบางเรื่องที่คนเดาตอนจบได้ก่อน ถึงจะมีฟอร์มใหญ่ยักษ์แต่ก็หมดราศีได้ทันที

ทุกคนคิดว่ายังไงบ้างครับ

เรื่องกล่องนี้เราอาจจะทำเป็น3Dก็สวยนะครับ รูปทรงง่ายด้วย

เรื่องการใช้ประโยชน์จากกล่องที่ได้รับระหว่างทาง ตอนสู้กับปีศาจนั้น ดีครับ
เพิ่มเติมว่าใช้แบบไม่ได้ตั้งใจด้วยดีใหม แบบว่าการหยิบของรอบตัวมาใช้ได้ทั้งหมด แบบเเจ็กกี้ ชาน(เฉินหลง..รึเปล่า)นะ ซึ่งจะส่งความสำคัญไปในตอนสุดท้าย ที่พูดถึงคุณค่าจากเอากล่องที่ได้รับจากการเดินทางด้วย ที่ตัวเอกเอามาใส่กล่องใบเดิม
Boy
 
Posts: 182
Joined: Sat Oct 13, 2007 3:09 pm
Location: นนทบุรีี

Postby Nicca on Tue Nov 27, 2007 4:48 am

จากไอเดียของบอยในประเด็นเรื่องการใส่พ่อแม่เข้าไปด้วย ก็ทำให้ผมได้ไอเดียมาหน่อยเหมือนกันครับ แต่จะไม่เน้นตรงพ่อแม่นัก แต่ก็จะเป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่ง

====================================
ตอนชายหนุ่มกลับไปบ้าน จะเอาชุดเกราะ พ่อแม่ก็หยิบกล่องใบเก่าซึ่งมีชุดเกราะและอาวุธมอบให้ แล้วชายหนุ่มจึงออกเดินทาง

ส่วนตอนต่อสู้ก็จะค่อยๆคิดตอนใช้ของแต่ละอย่างในกล่องว่าได้มาจากใคร
(แน่นอนว่ามีภาพพ่อแม่ที่ให้ชุดเกราะมา)
เช่น ใช้ดาบฟัน นึกภาพพ่อ ใช้โล่กัน ได้จากแม่ ใช้ก้อนหิน จากป้าข้างทาง อะไรงี้

พออกหักกลับบ้าน ก็มีพ่อแม่รออยู่
ก็นั่งเซ็งๆ พ่อแม่เข้ามาปลอบ แล้วเพื่อนๆที่เจอระหว่างทางก็มาเยี่ยม
====================================

อะไรประมาณนี้
ยังไม่ได้เกลาครับเพิ่งคิดสดๆเลย ก็ลองเอาไปเป็นตัวเลือกนึงดูครับ
ส่วนกล่องผมคิดว่าคงทำเป็น 3D อยู่แล้วครับ (ถ้าหาคนช่วยทำ 3D ได้นะ)


อีกนิด อาจจะมองดูขวางโลกไปหน่อย แต่อย่าเอามาเป็นประเด็นในงานนี้นะครับ บ่นเฉยๆ คือผมเริ่มเบื่อประเด็นที่จะต้องใส่ความเป็นไทยลงไปในงานแบบ ตั้งใจจนเกินไปอย่างบอกไม่ถูก
ไม่ได้ว่าการใส่ลงไปไม่ดีนะครับ แต่ตอนนี้ผมมีอคติกับอะไรๆก็ ความเป็นไทย อยู่น่ะ เหอะๆ
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Postby komai on Tue Nov 27, 2007 11:36 am

- กล่อง3Dเห็นด้วยแบบเต็มๆเลยคับพี่ๆ.... แบบว่ามันใช่เลยยยย:Dคับพี่น้องงง

-
ซึ่่งตรงนี้เราสามารถเสนอให้ภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกันได้เช่น ในตอนเริ่มต้นก่อนออกเดินทางก็มีภาพพ่อแม่ซ่้อนในภาพฉากหลัง เหมือนมองตามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งตัวเอกอาจจะรีบไปตามหาความรักจนลืมลาก่อนออกจากบ้าน (คือถ้าตัวเอกยังไม่ทัก หรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย พ่อแม่ก็จะยังไม่เด่นและสำคัญ) แต่มีภาพลักษณ์อยู่พื้นหลัง เป็นที่มาเริ่มต้นของชีวิตเด็กหนุ่มตัวเอก


ในส่วนตอนท้ายที่เขากลับมาบ้าน ก็อาจจะมีภาพภาพของพ่อแม่ที่โล่งใจเป็นพื้นหลังระยะแบบบุคคลที่3ที่ซ้อนอยู่ ซึ่งตัวเอกอาจจะกำลังเศร้าหมองกับความผิดหวังจนมองข้ามความดีใจของพ่อแม่(ที่เห็นลูกกลับมาอย่างปลอดภัย)

ตรงนี้ก็ดีคับ
-ก็ดีนะคับพี่บอย แต่ว่าจนแล้วจนรอดอัศวินน้อยก็ยังดูเมินๆพ่อแม่อยู่จนทั่งจบนี่นา พี่บอยช่วยอธิบายภาพตอนจบที่จิคับหลังจากกลับมาอย่างมองข้ามความดีใจตอนท้ายของพ่อแม่แล้ว(แล้วบทต่อไปมันต่อยังไง - -)ช่วยเรียงลำดับเหตุการณ์ที่พี่เข้าใจ ให้ทีจิคับพี่บอยยจ๋า

อีกนิด อาจจะมองดูขวางโลกไปหน่อย แต่อย่าเอามาเป็นประเด็นในงานนี้นะครับ บ่นเฉยๆ คือผมเริ่มเบื่อประเด็นที่จะต้องใส่ความเป็นไทยลงไปในงานแบบ ตั้งใจจนเกินไปอย่างบอกไม่ถูก
ไม่ได้ว่าการใส่ลงไปไม่ดีนะครับ แต่ตอนนี้ผมมีอคติกับอะไรๆก็ ความเป็นไทย อยู่น่ะ เหอะๆ

อืม ใจเย็นจ้ะพี่กะ 555+ มัน.......ก็ไม่ต้องไปพะวงถึงมันมากก็ได้(สำหรับเรื่องนี้อ่ะนะ)
ไม่ใช่พวกหิมพานต์ นี่นา -*-ขนาดนั้นข้าน้อยยังลามปามเลย555+ อืม- -มันก็ละเอียดออ่นอยู่หรอก
ใช้ได้ แต่เกร็งไม่ได้ เพราะมันจะกลายเป็นการเกร็ง เป็นการ ตีกรอบ ในหัวมากเกินไปสำหรับบางเรื่องอ่ะนะ ข้าน้อยว่า

ส่วนตอนต่อสู้ก็จะค่อยๆคิดตอนใช้ของแต่ละอย่างในกล่องว่าได้มาจากใคร
(แน่นอนว่ามีภาพพ่อแม่ที่ให้ชุดเกราะมา)
เช่น ใช้ดาบฟัน นึกภาพพ่อ ใช้โล่กัน ได้จากแม่ ใช้ก้อนหิน จากป้าข้างทาง อะไรงี้

อันนี้ก็ดีนะคับแต่ระวังอันตรายนา มันจะกลายเป็นการซ้ำๆๆไปอ่ะ-*-การนึกนี่มันนะ 555+คล้ายๆการซ้ำของเรื่องต้นฉบับของผู้หญฺงที่พี่ว่า แต่ว่าการซ้ำเพื่อให้เกิดจุดเด่นเนี่ยบางครั้งถ้าใช้ให้เกิดได้มันก็เด่นนะพี่ เพียงแต่มันต้องระวังเยอะๆอ่ะ- -เนอะ......................ผลออกมามันถึงจะคมจริงๆ ไม่งั้นมันก็เหมือนการ์นึกของกาตูนญี่ปุ่นทั่วๆไปอ่ะ ดิ- - ...เนอะ

เรื่องการใช้ประโยชน์จากกล่องที่ได้รับระหว่างทาง ตอนสู้กับปีศาจนั้น ดีครับ
เพิ่มเติมว่าใช้แบบไม่ได้ตั้งใจด้วยดีใหม แบบว่าการหยิบของรอบตัวมาใช้ได้ทั้งหมด แบบเเจ็กกี้ ชาน(เฉินหลง..รึเปล่า)นะ ซึ่งจะส่งความสำคัญไปในตอนสุดท้าย ที่พูดถึงคุณค่าจากเอากล่องที่ได้รับจากการเดินทางด้วย ที่ตัวเอกเอามาใส่กล่องใบเดิม

อันนี้ก็โอเคนะพี่ๆ แบบว่าติดตลกได้ด้วย ทำได้หลายอย่างอ่ะ



ชอบประเด็นของคุณNiccaที่ปรับใหม่ตอนแรก ที่เสนอประเด็น ของเรื่อง ...สิ่งที่ได้รับมาตลอดทางและถูกมองข้าม นั้นแหละที่สำคัญ... ผมก็ว่าดีแบบไม่มีขาดเกิน แต่ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็
ถ้าพี่ออกความเห็นว่าดีน้องอาจจะเกรงใจ และรับไปเลย (เหมือนผลโหวต2ต่อ1) แล้วเหตุผลที่เป็นแก่นปรัชญาของเรื่องจริงๆ ที่พี่ยังไม่รู้เท่าน้องที่เป็นคนแต่งนั้น น้องอาจจะไม่ได้พูดถึง(อธิบายให้ฟัง) หรือข้ามไปตอบรับเรื่องเลย ซึ่งมันสำคัญมากและอยากได้ฟังก่อนอะครับ




อ่าไม่เปนไรคับ ความคิดร้อยบุพการีพันมารดา มนุษย์ปุถุชนถ้ามีความคิดเดียวกันหมดสิน่าเป็นห่วงโลกเราคงไม่แหล่มได้จนถึงทุกวันนี้ การที่คิดแตกต่างกันยิ่งมากมิ่งดี ทำให้ปวดหัว(เฮ้ยยย ไม่ใช่เฟร้ยย) คิดแตกแขนงไปเหมือนรากชอนไชช่วยกันหยั่งลึกต้องเจอแร่ธาตุที่ดีๆ ที่กำลังช่วยกันหาอยู่เป็นแน่ รากแก้วย่อมมีรากฝอย รากแก้ว แผ่ชอนไชไปทุกด้าน รากฝอยก็แผ่ขยายเช่นกัน สุดท้าย ต้นไม้ของพวกเรานี้ก็คงจะเข้มแข็ง



-*-อยู่ๆพูดเรื่องไรวะเนี่ย555+
User avatar
komai
 
Posts: 147
Joined: Sat Oct 13, 2007 8:51 am
Location: มาสิคะ int ปี3 ศิลปากร

Postby Nicca on Tue Nov 27, 2007 4:53 pm

พอดีตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าคอมเม้นท์หลายๆอย่างต่างก็มีเหตุผลในแบบของตัวเอง
ซึ่งผมในฐานะคนปรับโครงเรื่องครั้งแรกจนมาถึงจุดนี้ก็น่าจะมีการพัฒนาไปได้ต่อไปอีก และหาจุดลงตัวของทุกคนได้ครับ
แต่ด้วยความที่ว่าในงานนี้ผมไม่ค่อยอยากจะทำเรื่องบทจริงจังมาก เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นพวกแนวคิดการแต่งบทไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเท่าไหร่ ประกอบกับพอไม่ใช่คอนเซพท์ของตัวเอง เลยรู้สึกว่าทำได้ไม่เต็มที่
แถมรู้สึกโรคเก่าจะกำเริบ(นิสัยเสียนิดหน่อยน่ะ)ซะด้วย เลยรู้สึกว่าควรจะผละจากงานการคิดเรื่องและบทแล้วให้น้องๆตัดสินใจที่เหลือจะดีกว่าครับ

แต่จะขอวางกำหนดการไว้ให้

ตั้งแต่วันนี้จนถึงเสาร์หน้า อยากให้แต่ละคนเสนอไอเดียและปรับแต่งบทต่อไปเรื่อยๆครับ

วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม(หรือก่อนก็ได้) อยากให้น้อง komai ในฐานะเจ้าของผลงานต้นฉบับ ตัดสินใจสรุปแบบที่ตัวเองชอบที่สุดออกมาจากความเห็นทั้งหมดว่า อยากให้ออกมาเป็นแบบไหน
หรือเรียบเรียงบททั้งหมดออกมาอีกรอบนึง แล้วโพสไว้เป็นกระทู้ใหม่เลยครับ

แล้วผมจะมาอ่านแล้วก็สรุปข้อดีข้อเสีย จุดที่คิดว่าควรจะปรับแบบจริงจังสุดๆให้อ่านกัน
(หรือคนอื่นจะมาคอมเม้นท์ด้วยก็ได้)

ซึ่งตรงนี้เมื่อน้อง komai มาอ่าน จะเห็นด้วยแล้วปรับแก้ตามที่คอมเม้นท์ขนาดไหนก็ได้ครับ เพราะถือว่าเป็นเจ้าของผลงาน

การถูกคอมเม้นท์ไม่ใช่ว่าเราจะต้องแก้ตามนั้นเสมอไป ตรงไหนที่เห็นด้วยก็อาจจะแก้ ตรงไหนคิดว่าของเราดีแล้วก็ไม่ต้องแก้ครับ เพราะคอมเม้นท์หลายๆอย่างมาจากรสนิยมส่วนบุคคล แต่งานของเราก็คืองานของเรา อย่าให้คอมเม้นท์มากระทบจนมันไม่ใช่งานของเราครับ


ซึ่งผมก็คาดหวังว่าจะได้บทที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมที่จะเขียนเป็นสตอรี่บอร์ดได้ภายในวันที่ 10-11 ธันวาคม ครับ
User avatar
Nicca
 
Posts: 63
Joined: Thu Nov 01, 2007 5:00 pm
Location: บ้าน

Next

Return to Plot+Fiction

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests