ผมวาดภาพนี้เพื่อต้องการจะศึกษาวิธีวาดภาพที่มีเนื้อหาเล็ก แต่ให้มันดูมีระยะและมิติที่สมบูรณ์มากๆ โดยที่เราไม่ต้องจับเนื้อหาเป็นLandscapeใหญ่มีระยะทางทางสายตาไกลไปหลายร้อยกิโล เอาแค่หน้าตัวการ์ตูนตัวเดียวที่ปกติมันจะดูเเบนน้ีแหละ ท้าทายดีครับ
โดยผมก็เป็นผู้หนึ่งที่เริ่มต้นศึกษา-ค้นคว้าหาแนวทาง ขอเฉลยวิธีการทั้งหมดเพื่อพวกเราจะได้พัฒนาไปพร้อมๆกันครับ
เทคนิคทางโปรแกรมที่ใช้ในภาพนี้ืคือ การเลือกชนิดและขนาดของหัวแปลง และการใช้เลเยอร์ในการดราฟงานจากต้นแบบครับ
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าในการวาดรูปนั้น ผมคำนึงถึงส่ิงสำคัญ3อย่าง คือ
1.กลวิธีต่างการสร้างสื่อทางการเห็น เป็นเนื้อวัตถุภาพให้ดวงตาได้เกิดการรับรู้
2.การให้ผลที่ลวงตาจากสิ่งที่เรากระทำในภาพ(สื่อทางการเห็นที่เราสร้าง) โดยอาศัยธรรมชาติการทำงานของดวงตา (เป็นผลทางความรู้สึกภายในขั้นที่2ที่เกิดจากการเห็น)
ที่ผู้ชมจะเกิดการเห็นในขั้นที่2 โดยเป็นมโนภาพที่ผู้ชมรู้สึกสัมผัสได้จากภายในสะท้อนออกมา(จากการรับสื่อทางการเห็นที่1.) แต่ผู้นั้นจะวาดออกมาให้เหมือนไม่ได้เพราะการวาดอยู่ที่การสร้างสื่อที่รับภาพด้วยดวงตาจากข้อ1.
3.การทำงานของสัญลักษณ์ เป็นการทำงานที่อาศัยการรู้จักของคนดูเป็นตัวแสดงผลการทำงาน
โดยทั้งสามข้อนี้ผมถือเป็นหน่วยใหญ่ในรูปแบบทางการรับรู้ของมนุษย์ ทั้งทางรูปธรรมและนามธรรม และอาศัยกรรมของผู้ชมคนนั้น(จากความเป็นสัญลักษณ์ ที่ขึ้นอยู่กับการสะสมทางประสบการณ์)เป็นสิ่งส่งผลความชัดเจนในการรับรู้นั้นขึ้นอีกด้วย ซึ่งมีความอิงกับพุทธศาสนานิดหน่อยเพราะเป็นกฏของธรรมชาติเดียวกัน
โดยตัวผมให้อัตราส่วนความสำคัญประมาณนี้
1.40%
2.40%
3.20%
เอาละเริ่มต้นกัน
1.ผมนำภาพน้องSeriมาจากการตูนเรื่องWAR-CHILDแล้ว ตัดภาพด้วยCorp Tool โดยตั้งความละเอียดResolution ที่อยุู่Tapด้านบน (ตั้ง60) เพื่อให้ภาพมันใหญ่ขึ้นเท่าขนาดที่เราจะวาดจริง แล้วลบเส้นกรอบต่างๆที่ไม่ต้องการ ซึ่งเสร็จแล้วผมก็จะได้เสก็ตต้นแบบของภาพที่จะวาดพร้อมแล้ว
2.ผมสร้างLayerหนึ่งขึ้นมาด้านบนเพื่อจะใช้ลงสีโดยให้เห็นภาพต้นแบบซ้อนอยู่ด้านล่าง
3.แล้วผมก็เริ่มนึกถึงอารมณ์ของภาพ แล้วเริ่มร่างทีแปลงเพื่อทำบรรยากาศอารมณ์
โดยลงพื้นสีเข็มก่อนแล้วตังแปลงหัวใหญ่ๆปาดอิสระตามใจลงไป (ปาดทีหนึ่งจะได้เส้นเป็นปืดเลย)
แล้วลองลงสีบางๆที่คิดว่าน่าจะเป็นแนวที่เหมาะสมกับกาพๆนี้ โดยปาดเป็นระนาบให้เกิดมิติด้วยครับ
เทคนิคนี้จะทำให้เรามีทีแปลงในภาพถึงเเม้เราจะลงสีเรียบโดยปาดครั้งเดียว ซึ่งทีแปลงจะเป็นตัวสร้างอารมณ์พิเศษในภาพ คล้ายดนตรีประกอบที่เล่นเป็นจังหวะซำ้ๆเป็นพื้นหลังของเพลงที่เราชอบ ซึ่งเราอาจจะไม่ทันสนใจมันแต่จะรับอิทธิพลจากมันเต็มๆเป็นบรรยากาศครับ
-เรื่องหัวแปลงนี้ผมจำชื่อไม่ได้ เพราะทดลองทำไปด้วย และอยากให้ทุกคนทดลองมากๆก่อนครับ ให้ได้้รู้เห็นด้วยตนเอง จึงจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ครับ ซึ่งภาพนี้ทั้งหมดผมก็ทดลองลุยไปแบบสดเลยครับ
ซึ่งคนเก่งๆบางคนจะสร้างหัวแปลงของตนเองขึ้นมาโดยเฉพาะเลยครับ(ผมยังไม่ได้ทดลองทำครับ)
4.แล้วพอจะลงสีให้สมบูรณ์ผมก็คิดได้ว่ามันจะทับเส้นร่างที่อยู่พื้นล่าง ผมเลยปิดLayerสีแล้วเปิดLayerใหม่ที่3(ซึ่งจะอยู่ด้านบนสุดของLayerทั้งสอง แล้วลอกลายเส้นจากภาพลายเส้นล่าง ทีนี้ผมก็จะมีตัวอย่างลายเส้นต้นแบบSeriอยู่ด้านบนแล้ว
5.แล้วลงสีต่อไปด้วยการปาดๆ จิ้มๆ ระบายๆ โดยเลือกหัวแปลงที่แตกต่างทดลองกันไปบนงานจริงเลย(มือใหม่นะ) และคอยหมั่นตรวจความเเม่นยำของพื้นที่ให้ตรงกันด้วยการเปิด-ปิดเลยLayerบนสุด
โดยตรงนี้มีเทคนิคพิเศษที่ช่วยให้งานง่ายขึ้น คือ ให้เราใช้Eyedropperเลือกสีเฉดต่างๆจากพื้นที่ในภาพได้เลย ซึ่งมันจะอยู่ในภาพจริงให้เรามองดูได้เลยว่าสีไหนที่เน้นแล้วภาพจะสวย
โดยในพื้นที่เล็กๆหนึ่งจะมีให้เลือกเป็นสิบๆเฉดสีเลย ซึ่งเฉดสีที่แตกต่างนี้เกิดจากการซ้อนทับของสีเราบนทีแปลงแรกที่เราสร้างไว้ในขั้นตอนที่3.




การปาด-จะช่วยให้เราใเห็นระนาบ ที่จะแสดงมิติของแสง และระนาบ(ระยะ)ความลึกต่างๆของภาพได้ชัดเจน
การจิ้ม(ผมจะใช้หัวแปลงที่ฟุ้งๆ ขยายให้ใหญ่ๆประมาณ15-20%ของพื้นที่ภาพทั้งหมด)-จะทำให้เราได้ความฟุ้งของบรรยากาศ ความเป็นเนื้อสีที่ชัด เปล่ง แน่น ที่แสดงความสดของภาพ
การระบาย-จะช่วยบอกอารมณ์ของภาพ และแสดงเนื้อสีที่ชัดเต็ม ลองนึกถึงภาพของเวนโก๊ะนะ
6.เมื่อได้ภาพสีที่พอใจแล้วก็มาคัดรายละเอียดของภาพ ด้วยเลือกหัวแปลงที่มีความฟุ้งน้อยลง ทำเส้นผม ช่วงนี้ผมจะคำนึงเรื่องการลวงตามากๆ โดยให้เทคนิคทั้งหมดแสดงผลของตัวมัน เพราะผมใช้เทคนิดฝีแปลงแบบรวมกันกระจาย จึงไม่มีกฏเกฑณ์มาบังคับว่ามันจะไม่เนี๊ยบ ไม่เนียนแบบนั้นแบบนี้ เพราะมันไม่เนี๊ยบหมดทั้งภาพเลยละครับ ซึ่งงานมันจะตรงตามความตั้งใจของเราเอง ตามที่เราไม่สนที่จะให้มันเนี๊ยบเพื่อให้ตรงลงตามรูปแบบแนวทางใดๆที่เคยมีมาก่อน แต่ให้บอกอารมณ์
และความสมจริงได้มากๆ เป็นอันพอใจ
-เรื่องความสดของงานสำคัญมาก อยู่ที่ทุกสิ่งที่คุณทำมันแสดงผลเต็มที่เป็นความชัดเจนของภาพรวมทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่เปรียบกับเราทำเทคนิค1แล้วได้รับผลจากเทคนิคนั้นในภาพรวมเต็ม1
ซึ่งภาพส่วนใหญ่(ของผู้ฝึกหัด-สมัครเล่น)จะทำเทคนิค1หนึ่งแต่ได้รับผลไม่ครบเต็ม1 เมื่อรวมๆกันหลายๆเทคนิดในภาพนั้นความสดจึงไม่มีทั้งๆที่เรา ลงทุนด้วยความพยายาม(ทุ่มทุนสร้างตั้งมากมาย)
ซึ่งผมขอแนะนำให้เรากลับไปศึกษาเรื่องเทคนิคให้ชัดเจน เพื่อการแสดงผลที่ชัดเจนของมันเวลาเราจะนำเอามาใช้
ซึ่งภาพของศิลปินใหญ่เจ้าลัทธิในแต่ละแนวทางทุกชิ้นจะมีความสดของเทคนิคนำก่อนเป็นที่1 ในการเป็นแนวทางของตนเอง ซี่งบรรดาผู้ตามลัทธินั้นๆต่อมาก็ยังทำตามได้ไม่ถึง
7.ซึ่งพอได้สีและความละเอียดที่พอใจแล้ว ผมก็ลบบรรยากาศรอบๆทังหมดออกให้ทีแปลงและการลงสี เฉพาะที่เป็นกลุ่มในพื้นที่ตัวSeriได้ทำงานกันอย่างเดียว ดูว่าที่เราทำๆไปมันได้ผลไหม(มากแค่ไหน)
8.แล้วก็มาคิดถึงบรรยากาศฟุ้งกระจายของเนื้ออากาศที่มองเห็นได้ กับแสงเงาในภาพที่จะทำให้ภาพนี้ดูสวยงามและช่วยดึงอารมณ์ของภาพขึ้นมาได้อีก
แล้วเลือกหัวแปลงที่จะทำแสงปาดให้ผ่านดวงตา
โดยผมลองเสก็ตแสงแบบหยาบๆดูก่อน เป็นภาพนี้ที่ทุกคนยังไม่เคยเห็นครับ
โดยรวมแล้วภาพนี้เป็นเทคนิดที่พัฒนาต่อมาจากภาพเด็กชายภาพแรกที่ผมทดลองทำครับ กำลังทดลองเพื่อรวบรวมเทคนิคต่างๆอยู่ โดยเชื่อว่าหลักการที่ถูกต้องย่อมใช้ได้กับภาพทุกประเภทครับ
แถมภาพดวงตาน้องSeriให้ไปขยายดูเล่นกันครับ(โหลดนานหน่อยครับ)
แล้วถ้ามีโอกาสจะนำสิ่งที่ค้นคว้า(ทดลองเองแล้วได้ผล)มาสอนทุกคนอีกนะครับ (ตอนนี้เพิ่งเจอเรื่องประหลาดในการวาดหลายๆเรื่องครับ)
ใครมีคำถาม-หรือจะติชมอย่างไรก็โพสไว้ได้ครับ ยินดีกลับมาตอบครับ
