โทรทัศน์ที่อยู่ข้างบนจะเปิดเฉพาะตอนช่วงเช้าเพื่อให้คุณป้าๆพนักงานที่อยู่ฝั่งตรงข้าม(ด้านหลังแผงเรา)ได้ดูข่าวนิดหน่อย
ในรูปแรกนี้ลืมยกกระเป๋าตัวเองออก เป็นกระเป๋าทรงนักเรียน แต่เป็นหนังสีแดง มีบางคนบอกว่าเชยแต่ผมชอบ (ถ้าเรียนนานกว่านี้อีกอาจตัดชุดนักเรียนศิลปากรใส่เหมือนกัน)
ห้อยโงกุนมีปีกเป็นกระแสความนิยมขาลงที่เริ่มเลิกฮิต(ห้อยผลิตผลจากดราก้อนบอล)ของเด็กจิดกำ ไม่รู้เกี่ยวกันอย่างไร
ตอนแรกต้องเข้าไปรีบจัดให้น้องถ่ายรูปเสร็จให้เร็วที่สุด เพราะพ่อจะวนรถมารับน้องอีกประตูหนึ่งพอดี(จอดไม่ได้) เลยยังไม่ได้เล็งให้มันดีที่สุดน่ะ เอียงบ้างนิดหน่อย
มุมนี้ยังจัดลำดับชั้นลดหล่นกันได้ไม่สวยนัก ตอนนี้ปรับให้ดีแล้ว

มีเครื่องมือที่ช่วยทำให้แผงดูไม่ว่าง บรื้อส์ มากมาย คือใบประกาศว่า "โครงการนี้คือ..."(1) วิธีเข้าร่วมโครงการ(2) ตัวอย่างขนาดของผลงาน3ชิ้นในชั้นที่เล็กกว่า30cm(3) ตัวอย่างใบรับความคิดเห็นติชม(4) และใบแจกTap ชื่อเวปบอรด์ของโครงการ(5)
และยังมีงานพี่อีกสองชิ้น(ชิ้นเดียวแต่ซำ้กัน) ขาวดำ1 และแบบมีสี(ในหน้าintro)อีก1
ทั้งหมดช่วยกินพื้นที่แผงได้ประมาณ45% และทำให้โครงการนี้ดูเพิ่งเริ่มเปิดตัวอย่างใหม่ไร้เดียงสามาก(ทั้งๆที่เบื้องหลังทุกคนกำลังรีบปั่นกันอยู่)
อ้อยังมีกล่องใส่ใบรับความคิดเห็นอีก1
ผมคิดว่าได้ที่ๆสวยและเด่นเลยนะ แต่ก็มีองค์ประกอบที่ไม่เหมาะสมนิดหน่อยติดมาด้วยนะ คือสายโทรทัศน์ กับเสาอากาศที่มันโผล่มาทีหลัง ซึ่งผนังสีขาวด้านหลังห้ามติดเทปใดๆ เพราะมันจะหลุดลอกออกมา(อาจารย์บอก)
เอาล่ะมาฟังข่าวดีกันต่อ
วันนี้ไปคุยกับอาจารย์มาเรื่องการขอทำบาร์โคทกันหนังสือหาย อาจารย์อนุญาติแล้วบอกว่า หากจะนำงานออกจากห้องสมุด หรือ เก็บผลงานกลับโดยเป็นสมบัติของตนเอง กรุณาอย่าเอาหนังสือเล่มนั้นกลับมาที่นี้อีกเพราะเครื่องตรวจจับมันจะดัง แค่นั้นเอง
ทีนี้ทุกคนจะทุ่มทุนสรา้งกันขนาดไหนกับผลงานเพื่อให้มันดูดีที่สุดก็ไม่ต้องกลัวเรื่องจะหายกันแล้วนะ
แต่อาจารย์บอกว่าตอนที่จะทำบารโคท(ติดแถบแม่เหล็ก ที่ทำแล้วจะแก้ไขกลับคืนไม่ได้ เพราะหนังสือจะพัง) ให้รวมกันมาทีเดียวเยอะๆทางโนน้จะได้ไม่สับสน
ในวันนี้ก็ได้รับงานของผู้ร่วมโครงการ2คน คือคุณToxicและคุณPsychosociety ที่เอาการ์ตูนมาส่งกันคนละ40กว่าแผ่น แต่ผมต้องไปแสกนนิดหน่อย(เดี๊ยวจะต้องทราสฟอรม์เมอร์ตัวเองเป็นเครื่องแสกนต่อ)และรอรวมทำบาร์โคท์พร้อมกันก่อนเลย
วันนี้บนแผงมีแค่งานผมคนเดียว (เพราะตัวเองไม่ได้โทรไปเร่งนัดกับใคร เพราะคิดว่าถึงโครงการนี้จะดีแค่ไหนในสายตาเรา แต่ถ้ามันทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนกันมากขึ้น ในที่สุดมันก็จะอยู่ไม่ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งทุกคนก็ต่างกำลังพยายามกันเต็มที่อยู่แล้วด้วย เป็นกำลังใจให้ต่อไปน่ะครับ ไม่มีเจตนาจะเร่งน้องๆทุกคนแต่อย่างใด)
ตอนกลับถึงบ้านมีพี่คนหนึ่งโทรมาให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งท้อ(สงสัยพี่ท่านเห็นแผงว่างไปนิด) รู้สึกตื้นตันใจมาก แต่ใจจริงไม่เป็นไรเลย(สนุกดี สถานการณ์พิเศษบางอย่างความเพียบพร้อมหาซื้อไม่ได้) อาจรู้สึกซีดนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับท้อ เพราะเรื่องโซโล้เดี่ยวเป็นชีวิตหลักธรรมดาของเรา ขอบคุณนำ้ใจคุณพี่คนนั้นมากๆครับ
วันนี้บังเอินเดินมาเจอคุณคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านผลงานเรา ดีใจจัง
กลับมาบ้านน้องKomaiโทรมาบอกว่ามีงานเรียนเยอะมาก(ต้องออกแบบบ้าน8หลังจนไม่มีเวลาจะอาบนำ้แล้ว) คิดเรื่องไว้ได้มากมายแต่ไม่มีเวลาทำ พรุ่งนี้เลยจะเอางานเก่า3ชิ้นมาส่งก่อน (เยี่ยมเลยนั่นมันก็ดีมากแล้วครับ)

