Welcome
Welcome to <strong>cartoon in university</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ขอบอก!!!

คุยอะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับโครงการและการ์ตูน ทั้งไร้สาระและไม่ไร้สาระ

ขอบอก!!!

Postby GooD on Sat Oct 13, 2007 10:38 am

บากิ(ฉบับรวมเล่ม)เล่ม 7 ออกแล้ว!!! สุดยอดการดวลของสองบุรุษสุดแกร่ง เกบัลและโอลิเวอร์ ใครจะเป็นผู้กำชัย ผลสรุปปรากฎแล้ว!! แฟนๆบากิอย่าพลาด(นะจ้ะ)!!! :twisted:
GooD
User avatar
GooD
 
Posts: 72
Joined: Fri Oct 12, 2007 8:27 pm
Location: นครลอยฟ้าโซราริส

Postby Boy on Wed Oct 17, 2007 7:21 am

อ่านเหมือนกัน เพิ่งอ่านเรื่องใหม่เล่มหนึ่ง ชื่อ...boy(อะไรซักอย่างจำไม่ได้ฮะ้)
ตอนอ่านเล่มแรกๆรับไม่ได้กับหน้าตาและสัดส่วนตัวละครที่ผิดตาไปจากการ์ตูนเรื่องอื่นๆมาก แต่พอติดตามเรื่องไปแล้วสนุกเลยเป็นแฟนคนหนึ่งด้วย (ฮันมะ ยูจิโร่ น่ากลัวมากๆเลย)
Boy
 
Posts: 182
Joined: Sat Oct 13, 2007 3:09 pm
Location: นนทบุรีี

Postby GooD on Wed Dec 19, 2007 3:29 pm

ช่วงนี้เราได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนึง ชื่อว่า เข็มทิศชีวิต ของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จัก แต่จะเคยอ่านกันหรือยังนะ ถ้ายังล่ะก็เราเอามาโพสให้อ่านกันล่ะ หนังสือดีมีประโยชน์ต่อชีวิตโดยตรงอ่านแล้วใจสดชื่น :D (ขนาดเราไม่ชอบอ่านหนังสือยังชอบอ่านเลย :wink: )
GooD
User avatar
GooD
 
Posts: 72
Joined: Fri Oct 12, 2007 8:27 pm
Location: นครลอยฟ้าโซราริส

Postby GooD on Wed Dec 19, 2007 3:54 pm

*หยุด...ทบทวน*

ลองสูดหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ รู้...ลงไปในใจของตัวเอง ดูให้เห็นว่าใจนี้เหนื่อยบ้างไหม เราจะเห็นว่า ใจมันได้แต่ส่งใจยืดมาเกาะที่ตัวหนังสือ ไม่ยอมก้มลงดูรู้สึก...รับรู้ความรู้สึกของตัวเอง ใจของเราเผลอออกไปวุ่นวายกับสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา พอใจมันเหน็ดเหนื่อย ปั่นป่วน ใจก็ยิ่งวิ่งไปทำ ดู ฟัง คิดมากขึ้นไปอีก ใจของเราแก้ปัญหาผิดที่ เดินผิดทาง และเราไม่ได้เหนื่อยเฉพาะในวันนี้ ที่ต้องวิ่งวุ่นตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่เป็นทั้งชีวิตที่ผ่านมา ใจของเราขึ้นๆลงๆเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ มีความสุข มีความทุกข์สลับไปสลับมาไม่มีวันสิ้นสุด
หลายคนเหนื่อยอย่างนี้ตั้งแต่เกิดจนตาย ถ้าหากไม่รู้ความลับของชีวิต ไม่เข้าใจกระบวนการสร้างความสุขในชีวิตที่มั่นคง ยั่งยืน เราก็กำหนดเป้าหมายชีวิตผิดพลาด บริหารชีวิตผิดวิธี เหมือนคนเดินทางสู่ดินแดนที่ไม่เคยไป โดยไม่มีแผนที่ ไม่มีเข็มทิศ ได้แต่ทำตามๆกันไป ทั้งที่เห็นว่าคนที่เดินไปข้างหน้าสะดุด ล้มคว่ำ หลงทาง...จนวันสุดท้ายของชีวิต จะมีสักกี่คนที่ไปถึงเป้าหมายสวยงามอย่างที่วาดหวัง หนังสือเล่มนี้จะช่วยค้นพบความจริง ที่จะทำให้ชีวิตของเราไม่เหนื่อยฟรี
GooD
User avatar
GooD
 
Posts: 72
Joined: Fri Oct 12, 2007 8:27 pm
Location: นครลอยฟ้าโซราริส

Postby GooD on Wed Dec 19, 2007 4:08 pm

o คุณยายเจ้าปัญหา

มีคุณยายคนหนึ่งอาศัยอยู่กับหลานอีกสองคน ทุกวันหลานทั้งสองจะออกไปเที่ยวเล่นสนุกสนานตามห้าง ตามบาร์ โรงหนัง โรงละคร ทิ้งให้คุณยายอยู่บ้านคนเดียว พอคุณยายห้ามปราม หลานๆ ก็ตอบว่า "แหมทำงานมาเหน็ดเหนื่อย ก็ขอออกไปหาความสุขบ้างสิ"

กลางดึกวันหนึ่ง หลานทั้งสองกลับถึงบ้าน เห็นคุณยายกำลังเดินก้มๆเงยๆ อยู่หน้าบ้าน ถามได้ความว่า คุณยายกำลังหาเข็มเย็บผ้าที่ทำตกไป หลานๆทั้งสองถามว่า คุณยายทำเข็มหล่นตรงไหน จะได้ช่วยหาให้เจอ

คุณยายรีบตอบทันที "อ๋อ ยายน่ะทำเข็มหล่นตรงหน้าเตียงในห้องนอนจ้ะ" "อ้าว แล้วยายมาหาตรงนี้ทำไมล่ะจ้ะ"หลานถาม "ก็ยายเห็นว่า ตรงนี้น่ะไฟมันสว่างดี เผื่อจะได้เจอง่ายๆ"

เท่านั้นเอง หลานทั้งสองก็นั่งหัวเราะจนท้องแข็ง "ยายจ๋า ยายงงหรือเปล่า เข็มหล่นในห้อง แล้วมาหาที่ใต้เสาไฟฟ้าเนี้ยนะ"

คุณยายตอบกลับทันที "ทำไมจะไม่ได้ล่ะหลานรัก ก็ทีหลานน่ะ ทำความสุขหล่นหายไปจากใจ ยังไปเที่ยวหาตามผับ ตามบาร์ ตามห้างได้ทุกวัน"
GooD
User avatar
GooD
 
Posts: 72
Joined: Fri Oct 12, 2007 8:27 pm
Location: นครลอยฟ้าโซราริส

Postby GooD on Wed Dec 19, 2007 4:25 pm

o ต้นไฟ


เคยสังเกตุบ้างหรือไม่ว่า มีแรงผลักพุ่งขึ้นในใจเรา ผลักให้เราเดินไปโทรศัพท์หาเพื่อนเวลาเหงา ไปเปิดทีวีดู เปิดวิทยุฟัง ออกไปข้างนอก เจ้าความรู้สึกโหยๆ กระวนกระวายลึกๆ ความเร่าร้อนเบาบางในใจที่มีอยู่ตลอดเวลานี้เองเป็นแรงผลักที่ทำให้เราพูด ทำ คิดอะไรอยู่ตลอดเวลา

ตอนเราเป็นเด็กเล็กๆ แรงผลักในใจก็ดันให้เราหาขวดนม หาคนกอด หาตุ๊กตาหรือของเล่น เพื่อให้ความรู้สึกมั่นคงและอบอุ่น พอโตขึ้นแรงผลักเหล่านี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม แต่รายละเอียดเปลี่ยนแปลงตามวัย

ของเล่นอันเล็กอาจกลายเป็นรถยนต์คันสวย เป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เราวิ่งหาเงิน สร้างบ้าน ซื้อรถ สะสมอำนาจเกียรติยศ ไขว่คว้าหาความรักและหาคนแวดล้อม ด้วยความหวังใจว่าใจเราจะอิ่มเต็ม เมื่อได้สิ่งที่ถูกใจมาครอบครอง แต่ความสุขทั้งหลาย ไม่เคยอยู่กับเราได้นาน มีความสุขอยู่ได้ไม่นาน ความทุกข์ ความขุ่นมัว ความเครียด กังวลใจ ความวุ่นวายต่างๆ ก็วกกลับมาอีก ไม่ว่าจะหาอะไรๆ มามากมายสักเพียงไหน หลุมในใจทั้งหลายดูเหมือนจะไม่มีวันเต็ม เราไม่เคยอิ่ม จนกว่าเราจะสังเกตเห็นว่า ต้นเหตุไฟที่ลุกท่วมใจ มาจากไฟกองเล็กๆในใจเรานั่นเอง

**เข็มทิศ**
"ลองสังเกตแรงผลักในใจของเรา ทันทีที่มีความคิดเกิดขึ้น ว่ามันจะจูงเราไปทำอะไร เพื่ออะไร"

เราวิ่งไปหาคน หรือสิ่งของ อยากให้เขาพูดหรือทำอย่างที่เราต้องการ ถ้าไม่ได้ ก็เกิดความเร่าร้อน กระทบกระเทือน ราวกับชีวิตของเราทั้งชีวิตนั้นแขวนไว้ที่คนหรือสิ่งนั้นๆ ใจของเราวิ่งขึ้นลงตามเหตุกาณ์ต่างๆภายนอกจะนำไป

แล้วเราควรจะทำอย่างไร จะต้องเสแสร้งดัดแปลงความรู้สึกต่อสิ่งอื่นๆหรือเปล่า...

ทุกวันนี้เราเห็นตำราของชาวตะวันตกมากมายที่สอนให้เรา be proactive บ้าง be in the present บ้าง หรือมี EQ บ้าง ความหมายของสิ่งเหล่านี้ก็คือ ให้เรามีสติ ระลึกรู้สิ่งต่างๆที่มากระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ให้มีสติต่อทุกการรับสัมผัส มีช่องว่างที่จะใช้ตัดสินใจเลือกปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งต่างๆเหล่านั้น ที่น่าเศร้าก็คือ หนังสือดีๆเหล่านั้น ไม่เคยช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเราได้ เพราะมันเข้าไม่ถึงใจ จนกว่าเราจะยอมหยุด แล้วเริ่มต้นเข้าใจจิตใจตัวเอง
GooD
User avatar
GooD
 
Posts: 72
Joined: Fri Oct 12, 2007 8:27 pm
Location: นครลอยฟ้าโซราริส

Postby GooD on Wed Dec 19, 2007 5:05 pm

o เกิดมาทำไม


ความรู้แผนใหม่ที่เพิ่งค้นพบไม่กี่ปีมานี้เอง บอกว่ามนุษย์จำเป็นต้องฝึกเพิ่มพูนความฉลาดทางอารมณ์(EQ) เพื่อดำลงตัวให้เหมาะสมงดงาม ในขณะที่ชาวพุทธรู้มากว่า2,500 ปีแล้วว่า มนุษย์เกิดมาเพื่อฝึกฝนพัฒนาตนเอง เราสามารถมีความรู้สึกตัว มีสติ เลือกปฏิกิริยาในการตอบสนอง คิดพูดกระทำ ด้วยสติปัญญาที่สมบูรณ์ถึงพร้อมและเป็นอิสระจากภายนอก แตกต่างจากสัตว์ที่มีปฏิกิริยาตอบโต้ตามสัญชาตญาณ...แต่ดูเหมือนเรายังมัวแต่รอให้ฝรั่งเป็นผู้นำความรู้ดั้งเดิมของเรา มาบอกเราอีกครั้งเท่านั้นเอง

และที่น่าเศร้าก็คือ เรามักจะได้รับการฝึกเพียวให้รับประทานอาหารได้ด้วยตัวเองพูดได้เดินได้วิ่งเป็น เรียนหนังสืออย่างหนักเพื่อให้มีความสามารถในการทำงานหาเงิน แต่ไม่ได้รับการฝึกเพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นมนุษย์ ให้มีจิตใจที่เป็นอิสระจากสัญชาตญาณ สามารถมีความสุขสงบได้โดยไม่ต้องขึ้นกับปัจจัยภายนอก เราได้แต่ทำตามๆกันไป ทำอย่างรีบเร่งโดยไม่มีโอกาสหยุดคิด แข่งกันเรียน แข่งกันทำงาน แข่งกันหาเงิน พอมีเงินก็รีบแต่งงาน รีบมีลูกให้ทันใช้ แต่ไม่รีบแก่ รีบเจ็บป่วย หรือรีบตาย ไม่ทันฉุกคิดว่าเราต้องแก่ เจ็บป่วย และอีกไม่นานนับจากวันนี้ ก็จะไม่มีเราบนโลกนี้อีกต่อไป แล้วชีวิตคนคนหนึ่ง เร่งรีบเสียจนกระทั่งไม่มีโอกาสจะหยุดเพื่อถามตัวเองเลยหรือว่า ชีวิตนี้มีอะไรที่มากไปกว่าการหาเงิน การมีครอบครัว ทำชั่วบ้างดีบ้าง หัวเราะบ้างร้องไห้บ้าง มีสุขบ้างทุกข์บ้าง แล้วก็จากโลกนี้ไป การที่เราวิ่งเป็นหนูถีบจักร เพียงเพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนทำกัน มันถูกต้องพอเพียง และเป็นเส้นทางที่จะพาเราไปสู่ความสุข ความสบายกาย ความสบายใจอย่างที่ใฝ่ฝันไข่วคว้าได้จริงหรือ
GooD
User avatar
GooD
 
Posts: 72
Joined: Fri Oct 12, 2007 8:27 pm
Location: นครลอยฟ้าโซราริส

Postby Boy on Wed Dec 19, 2007 9:58 pm

ดีมากเลยครับGood เป็นการเปิดศักราชของโครงการดีๆ อยากให้มีเนื้อหาอย่างนี้ด้วยเหมือนกัน มันสำคัญมากที่สุดเลย ไว้วันหลังจะเอาอะไรมาโพสบ้าง

สำคัญมากที่สุดคือการรู้จักตัวเอง ดูที่ตัวเองก่อน ทุกวันนี้เรามองไม่เห็นเพราะถูกสอนให้เดินตาม ถูกจูงโดยความต้องการของคนอื่นๆรอบตัว ที่คนอื่นรอบตัวก็ถูกจูงด้วยเหมือนกัน เลยไม่รู้ว่าคนจูงก็ไม่รู้จักตัวเอง
ไปๆมาๆก็กลายเป็นสังคมที่จูงกันไปแบบผิด คนที่เกิดมาอยู่ในนั้น ถ้าไม่ตามกระแสก็ถูกมองว่าแปลกแยกและ ผิดไปโดยปริยาย จนบางรายหลงเดินตามความต้องการที่ฉาบฉวยของสังคมจนหมดโอกาสเริ่มต้นสิ่งที่ที่ตนต้องการ การมีเข็มทิศชีวิตนี้มันจำเป็นที่สุดสำหรับคนในสังคมที่หลงตามๆกันแบบนี้เลยครับ


คนที่จะกล้าพูดว่าตนเองต้องการจะทำอะไรในชีวิตนี้ของตนกับสังคมที่กำหนดกรอบ ในปัจจุบันนี้หาได้น้อยเติมที คนที่ถูกบังคับแล้วคล้อยตามไป ในวันข้างหน้าก็จะกลับมาเป็นผู้ที่บังคับคนอื่นๆอีกต่อไป


ทางที่ตนไม่ต้องการและต้องลำบากในการบังคับตนเองให้เข้าไปได้ ยังสามารถทำได้
แต่ทางที่ตนเองต้องการ กลับไม่มีให้เลือกและไม่เคยได้รับความพยายามที่จะสร้าง และถูกละทิ้งให้ยิ่งเดินห่างออกไป

ด้วยทุกคนกำลังเอา1สมองที่คิดกำเนิดสิ่งใหมๆให้กับโลกนี้ได้ ไปทำหน้าที่เป็นเพียง1หน่วยเก็บความจำของระบบเดิม ที่เราเองจะกลายเป็นผู้ส่งมอบคนสำคัญต่อไป ให้กับคนรุ่นหลังต่อๆไป ทั้งที่เราไม่เคยสนใจหรือต้องการ

ในประเทศที่เป็นผู้ตาม ผู้ที่ยอมทำเรื่องที่ผิดตามเสียงส่วนใหญ่จะได้รับผลดีตอบแทน (จะได้เป็นใหญ่) แล้วคนเหล่านั้นก็จะได้เป็นผู้มีอิทธิพลในการกำหนดนำแนวทางในสังคมนั้นๆ
ซึ่งคนที่เคยได้แต่ตาม เมื่อเป็นใหญ่แล้ว จะสู้คนที่เป็นใหญ่ด้วยความชอบธรรมจากความสามารถของตนเองไม่ได้(จากประเทศที่กำเนิดสิ่งใหม่ๆเอามาฝากให้สมองของประเทศผู้เดินตามเป็นผู้จดจำ และสืบทอดสิ่งที่พวกเขาคิดลงในประวัติศาสตรฺ์) ประเทศพวกนี้ถึงตกเป็นผู้ตามอยู่ตลอดไป

มีประโยชน์มากครับ
Boy
 
Posts: 182
Joined: Sat Oct 13, 2007 3:09 pm
Location: นนทบุรีี

Postby GooD on Wed Jan 02, 2008 6:38 pm

oเด็กอ้วนกินอุจจาระ

ครั้งหนึ่งท่านชยสาโร พระภิกษุชาวอังกฤษ อดีตท่านเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ และเป็นศิษย์หลวงปู่ชา สุภัทโท ได้เคยเล่าให้ฟังถึงภาพภาพหนึ่งว่า เป็นภาพของเด็กผู้ชายอ้วนน่ารักกำลังทำท่าตักอาหาร และรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย หากแต่อาหารที่อยู่ในจานนั้น เป็นกองอุจจาระขนาดใหญ่ที่มีแมลงวันตอมอยู่เต็ม คำบรรยายใต้ภาพนั้นกล่าวว่า "แมลงวันหลายล้านตัวบนโลกนี้ จะหลงผิดทั้งหมดได้อย่างไร(ถ้าอุจจาระไม่อร่อยจริง)"

ความจริงก็คือ การที่แมลงวันหรือคนมากมายทำตามๆกัน ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดีเสมอไป วินาทีนี้ลองหยุดทบทวนการดำเนินชีวิตของพวกเราดู เราแน่ใจแล้วหรือว่า การที่เราทำเหมือนคนอื่นทำกันนั้น จะทำให้ชีวิตถึงจุดหมาย มีความสุขได้อย่างที่เราใฝ่ฝัน เราจะหยุดพัฒนาตัวเองเพียงเพื่อให้หาเงินได้ เข้าสังคมได้ เป็นที่ยอมรับ ทั้งที่เรารู้ว่า ไม่ว่าจะทุ่มเทมากแค่ใหน ทุกอย่างในชีวิตสามารถผกผันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ภายในพริบตาเดียว ครอบครัว การงาน ทรัพสมบัติ หรือแม้แต่คนรัก อาจไม่อยู่กับเราดีๆอย่างนี้ตลอดไป ชีวิตเป็นของเรา เราควรมีโอกาสเลือกวิถีทางเดินชีวิตของเราด้วยความรู้สึกตัวอย่างเต็มเปี่ยม ให้มั่นใจว่าเราอยากทำอย่างนี้ และสิ่งที่เรากำลังทำนี้จะพาเราไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการจริงๆ

**เข็มทิศ**

ก่อนที่เราจะเริ่มออกเดินทางต่อไป เราควรจะหยุดทบทวนสำรวจชีวิตตัวเองว่า ทั้งชีวิต ทำอะไร เพื่ออะไร
-เร่งเพิ่มตัวเลขในธนาคารอย่างบ้าคลั่ง เพื่อความมั่นคงของชีวิต แต่เครียดกังวลตลอดเวลา

-ฟาดฟันกับคนอื่นทุกวิถีทาง หวังว่าเมื่อเป็นที่หนึ่งแล้วจะมีความสุข แต่ความสำเร็จดูจะห่างออกไปทุกที

-ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคง แต่ไม่เคยอยู่รื่นรมย์กับครอบครัว

ลองใช้เวลาทบทวน และลองเขียนคำตอบของตัวเองดู

วินาทีนี้ ทำอะไร เพื่ออะไร

-หยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อน เปิดทีวีตลอดเวลา เพราะใจมันว้าวุ่น เหงา แกว่ง

-ขยับตัวเพราะว่าเบื่อ กินเพราะว่าเหงา พูดเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านั้น

-ตำหนิคนอื่นเพื่อใหรู้สึกว่าตัวเองดีกว่า

-หาอะไรทำตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่ายังมีค่า แต่ก็ยิ่งเหนื่อย ยิ่งหงุดหงิด และหมดพลัง

เฝ้าสังเกตุดูแต่ละขณะว่า เรากำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ดูที่ความรู้สึก ที่ใจของเรา ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คอยสังเกตแรงผลักดันภายในใจ
GooD
User avatar
GooD
 
Posts: 72
Joined: Fri Oct 12, 2007 8:27 pm
Location: นครลอยฟ้าโซราริส

Postby Boy on Fri Jan 04, 2008 1:53 pm

ขอบคุณGoodมากครับ จากกระทู้นี้ที่ทำให้พี่ได้เกิดแรงจูงใจ
ตอนนี้พี่เลยกำลังร่างคู่มือ เกี่ยวกับผู้ที่แตกต่าง(มีความคิดสร้างสรรค์) และสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญในสังคม มีจุดมุ่งหมายเพืืืื่อให้ทุกคนได้มีสติมากขึ้นในการดำเนินชีวิตไปข้างหน้า โดยจะให้้ข้อมูล และเสนอเส้นทางทั้งหมดของการเลือก และสิ่งที่จะต้องเผชิญต่อไปในแต่ละเส้นทางเลือกนั้น ให้ผู้อ่านได้เลือกอย่างรู้เท่าทันและเตรียมพร้อมที่จะพบกับอุปสรรค์ที่รออยู่ในแต่ละเส้นทางฮะ
ร่างๆหัวข้อที่สำคัญไว้แต่ยังไม่ร๊บจบ กำลังรอมีความคิดดีๆไว้เป็นเนื้อหาอยอีกอยู่ครับ

เป็นประโยชน์มากครับไว้นำมาเสนอกันอีกนะครับ
Boy
 
Posts: 182
Joined: Sat Oct 13, 2007 3:09 pm
Location: นนทบุรีี

Postby GooD on Mon Jan 14, 2008 5:19 pm

oทั้งคนดี คนไม่ดีก็มีปัญหา

หลายครั้งที่เราเคยสงสัยว่า จะฝึกว่ายน้ำไปทำไมกัน ในเมื่อเรายังไม่ได้จมน้ำสักหน่อย จะพัฒนาใจไปทำไม ในเมื่อในวันนี้เราก็มีความสุข สนุกรื่นเริงกับชีวิตดีอยู่ แต่ที่เราคิดว่าเรามีความสุขนั้น เรามีแน่หรือเปล่า กี่ครั้งที่เราเครียดกังวลใจ บางครั้งถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ หรือต้องกินเข้าไปทั้งที่ท้องอิ่ม เคยบ้างไหมที่เราหงุดหงิด โกรธ อิจฉา เบื่อ ไม่ชอบใจ ถึงเราจะเป็นคนที่ดี ไม่เคยทำร้ายใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เเต่เราก็ยังมีความทุกข์ร้อน กระวนกระวาย แม้ความไม่สบายใจนั้นจะเป็นความไม่สบายใจแบบคนดีก็ตาม

มีคนมากมายเหลือเกิน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ทำทานตักบาตร สร้างวัด โรงเรียน โรงพยาบาล แต่เมื่อกลับถึงที่ทำงาน ที่บ้าน ก็โกงคนโน้น แย่งของรักคนนี้ โมโห อาละวาดจนชีวิตวุ่นวายไปหมด

เราคงเคยเห็นคนที่ถูกจัดว่าเป็นคนดี ทำความดีมาตลอดชีวิต ไม่เคยเบียดเบียน ทำให้ใครเดือดร้อน ในเวลาที่คนดีๆ ตกงาน อกหัก ล้มละลาย ถูกใส่ร้าย ถูกนินทา เจ็บป่วยไม่สบาย คนดีๆก็ทุกข์จนแทบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน

หรือคนที่เราเห็นว่าทั้งหล่อ สวย รวย เก่ง มีชื่อเสียง มีเพื่อนฝูง มีบริวารห้อมล้อม เพียบพร้อมไปทุกอย่าง ก็ต้องเจอปัญหาอุปสรรค น้ำตาไหล เครียด มีความเศร้าหมองในใจเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า เขาจะรู้วิธีจัดการกับใจตัวเองหรือเปล่า นี่คือเหตุผลที่ไม่ว่าเราจะเป็นคนดีแค่ไหน เราก็ต้องพัฒนาจิตใจของเรา พัฒนาศักยภาพของมนุษย์ เพราะเมื่อความโกรธเกิดขึ้น หรือจะเป็นความอิจฉา ความเครียดกังวล ความขุนข้องหมองใจ มีความไม่สบายใจ ความชอบไม่ชอบ มันเกิดความสกปกที่ใจ เราจะต้องรู้จักชำระตรงที่ใจของเรา

แต่ที่ยากก็คือ มนุษย์เราเรียนรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่เชื้อโรคไปถึงดวงดาว แต่สิ่งที่มนุษย์ไม่เคยส่องดู และทำความรู้จักน้อยที่สุดก็คือ ใจของตัวเอง เราไม่รู้ว่าใจเรามีกระบวนการทำงานอย่างไร ทำไมเราจึงมีความทุกข์ และทำอย่างไรเราจึงจะไม่ทุกข์ เราลืมไปว่าทุกอย่างที่เราหามา ก็เพราะต้องการให้ใจมีความสุข ความสุขทุกข์มีขึ้นและหายไปที่ใจ แต่เราไม่เคยสะดุ้งตื่นมาค้นพบความจริงของใจว่าใจเรานั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ปั่นป่วนอยู่ตลอดเวลา เราจึงไม่สามารถอยู่เฉยๆกับตัวเองได้นาน ทั้งชีวิตเรา ถ้าไม่นอนหลับหนีตัวเองเสียเลย ก็ต้องวิ่ง ต้องทำ ต้องคิด กิน ดู พูด ฟังอยู่ตลอดเวลา ด้วยความหวังว่า เมื่อได้ทำสิ่งนั้นแล้ว มันจะพ้นสภาพความปั่นป่วนนี้ แต่ไม่ว่าเราจะทำอะไรมากแค่ไหน ความสุขที่แท้จริงก็ไม่เคยอยู่กับเรา
GooD
User avatar
GooD
 
Posts: 72
Joined: Fri Oct 12, 2007 8:27 pm
Location: นครลอยฟ้าโซราริส


Return to สัพเพเหระ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron